เรียน ท่านสมาชิก Narak.com,
เพื่อเป็นการปรับปรุงการให้บริการให้สอดคล้องกับความต้องการของท่านสมาชิกในยุคนี้ให้มากยิ่งขึ้น บริการ My.narak.com ในรูปแบบเดิมนี้ จะขอยุติการให้บริการรับข้อมูลเพิ่มเติมตั้งแต่ในวันที่ 1 มีนาคม 2559 และเราจะแจ้งความคืบหน้าในการให้บริการใหม่ให้ท่านทราบต่อไปทางอีเมล์



กติกาการตั้งและตอบกระทู้
แจ้งปัญหาเกี่ยวกับการใช้งาน

แนบลิงก์ :

ร้องเรียนกระทู้ไม่เหมาะสม ?

แนบลิงก์ :

ร้องเรียนความคิดเห็นไม่เหมาะสม
หน้าแรกเว็บบอร์ด นักเขียน นักอ่าน เรื่องสั้น
ตอบกระทู้ ตั้งกระทู้
            คำสารภาพของมือที่สาม#ตอนที่ 1 #แว่นซ่าส์
อ่าน 5166 ครั้ง    |     ตอบ 1 ครั้ง
ผู้ตั้งกระทู้
โพสต์เมื่อ : 9 ก.ย. 57 23:16:40

ผมชื่อ จิ๊บ เป็นทอมหล่อที่ใครๆก็พากันว่ามีเสน่ห์และมักจะมีสาวๆในบริษัทต่างส่งยิ้มให้เสมอ
ด้วยอารมณ์ขันที่ผมมีบวกกับคารมที่ใครได้ยินก็ต้องหลงไปกับความปากหวาน ทำให้ผมมีสาวๆมาพัวพันอยู่ไม่ขาดสาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมทำงานในบริษัทที่มีอัตราของพนักงานหญิงมากกว่าชายหลายเท่าตัว คู่แข่งผมจึงมีน้อยตามไปด้วย
แต่ถึงอย่างไรก็ยังไม่มีใครทำให้ผมหยุดได้ อาจจะเพราะหัวใจที่ยังเจ็บ เข็ดกับความรักครั้งที่ผ่านมานั่นเอง รักที่ทำให้ผมขยาดในการมีแฟนเป็นตัวเปนตนอีกครั้ง ผมก็เลยเป็นคนใช้ผู้หญิงเปลืองเพราะไม่คิดจริงใจกับใครนั่นเอง
...............................................................................

เรื่องมันเริ่มที่ตรงนี้ครับ.....

" เฮ้ย จิ๊บ ไปกินกาแฟที่โรงอาหารเป็นเพื่อนพี่หน่อยสิ วันนี้อากาศหนาวว่ะ " เสียงสาวรุ่นพี่ที่เขาคุ้นเคยปลุกให้ผมตื่นจากอากาศงัวเงียเพราะทำงานมาทั้งคืนในช่วงเวลาที่บริษัทใกล้ปิดยอดประจำปีแบบนี้ ทุกคนทำงานหนัก เพื่อให้ทุกอย่างเสร็จตามเป้าหมาย

" ครับพี่แหม่ม!! แต่ว่าพี่ต้องเลี้ยงนะ " ผมตอบรับอย่างกวนๆ

พี่แหม่มเป็นหัวหน้าสายงานของผมโดยตรง เป็นสาวใหญ่ใจดีแต่ไม่รู้ทำไมชอบคบแต่เพื่อนร่วมงานผู้ชาย อาจจะเพราะแกไม่ค่อยชอบสุงสิง นินทา ตามประสาผู้หญิงปกติทั่วๆไป นิสัยลุยๆแต่จริงใจและใจดี ผมจึงสนิทกับแกเป็นพิเศษ สนิทซะจนบางคนเข้าใจผิดคิดว่าเราเป็นแฟนกันไปแล้วก็มี

ผมกับพี่แหม่มเดินเรื่อยเฉื่อยไปตามทางเดินจากตึกที่เราทำงานอยู่เพื่อไปหาอะไรร้อนๆแก้หนาวดื่มที่โรงอาหารที่อยู่ไม่ไกลออกไปนัก อากาศหนาว ลมแรงปะทะหน้าผมชาไปหมด ผมต้องก้มหน้าเดินหลบลม เอามือซุกกางเกงไว้เพื่อให้มันอุ่นขึ้นบ้าง

รู้สึกตัวอีกทีก็มีเท้าขาวสะอาดคู่หนึ่งทาเล็บสีส้มสะท้อนแสงมาขวางสายตาที่กำลังก้มมองพื้นกระเบื้องทางเดินเพลินๆ ผมหยุดกึก..
เงยหน้ามองเจ้าของเล็บสีส้มแสบตา นึกในใจจะมาขวางทางทำไมเนี่ย??

เมื่อสบตา....ผู้หญิงคนนั้นกำลังจ้องมองผมด้วยสายตาที่เล่นเอาผมสะดุ้ง ตาโต ดำ คม คู่นั้น...
 หล่อนมองผมแค่แวบเดียว แวบเดียวจริงๆแล้วเมินหน้าทักทายพี่แหม่มอย่างออกรสชาติ ปล่อยให้ผมยืนมองตาค้างอยู่อย่างนั้น
ค้างเพราะอะไรน่ะเหรอ ??....ความสวยไงเล่า...สวย คม ผิวขาวออกแดงแบบคนผิวดี ทำให้รู้สึกเพลินตาเวลามองไปที่หุ่นขาวบางที่อยู่ในชุดดำเดรสสั้นเข้ารูปแบบนั้น...หล่อนสวยจริงๆ

ผู้หญิงสองคนคุยกันเหมือนไม่มีผมยืนอยู่ตรงนั้น ผมจึงบอกพี่แหม่มว่าจะเดินนำหน้าไปรอก่อน คุยกันตามสบาย
ก่อนผมเดินจากมา สายตาดุๆคู่นั้นยังอุตส่าห์เหลือบมามองผมนิดนึงก่อนละสายตาแบบไร้ความรู้สึกเหมือนเมื่อกี้เป๊ะเลย...

สองสาวคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง โดยที่สาวชุดดำไม่รู้เลยว่า ผมกำลังจ้องมองแบบไม่เก็บอาการ เรียกว่ามองทุกส่วนเลยก็ได้ พลางคิดในใจ ทำไมนะ ทำไมผมไม่เคยเจอเธอเดินในบริษัทเลย คนสวยขนาดนี้หลุดรอดสายตาผมไปได้ยังไง

" พี่ๆ คนนั้นน่ะ ชื่ออะไรเหรอ เด็กใหม่เหรอ? " ผมรีบถามทันทีที่พี่แหม่มเดินเข้ามาหา
" ทำไมว่ะ สนใจเหรอ? ใหม่ที่ไหนกันร่ะทำงานมา 5-6 ปีแล้ว รู้จักกันมานานแล้ว แต่เค้าไม่ค่อยคบใคร สันโดษ" พี่แหม่มตอบผมอย่างจับพิรุธ
" สวยร่ะซี้...แหม ตาค้างเลยนะ มันดุนะโว้ย ไม่มีใครกล้ายุ่งหรอก" ผมกะจะถามต่อสักหน่อย เป็นอันต้องหุบปากไปด้วยคำพรรณาสรรพคุณความดุของผู้หญิงคนนั้นจากปากพี่แหม่ม

เดินมาถึงร้านกาแฟ ผมสั่งกาแฟคนละแก้ว พี่แหม่มควักเงินจะจ่าย ผมกำแบ้งค์ใส่มือแก แล้วล้วงเอาเงินในกระเป๋ายื่นให้แม่ค้าแทน
" อ้าว.. ก็ไหนว่าให้เลี้ยงไงว่ะ "
" ไม่เอาร่ะพี่....ผมเลี้ยงเอง แต่มีข้อแม้อย่างนึงนะ "
" อะไรว่ะ ??? " แกชักรำคาญผมแล้ว
" ผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไร ขอเบอร์ได้ไหมอ่ะ " ผมตอบแล้วหัวเราะแบบเจ้าเล่ห์สุดๆ
" ไม่ได้เว้ย... ให้เบอร์ไปเดี๋ยวมันมาด่าพี่ทำไง คนอื่นมีเยอะแยะจีบไปสิ คนนี้ของสูงนะ อย่าเล้ยยย....เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน "
เป็นอันว่าผมเสียกาแฟฟรี แม้แต่ชื่อหล่อนก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าชื่ออะไร....


แต่แล้วโชคก็ยังช่วยผมอยู่บ้าง เมื่อพี่แหม่มแกคงเห็นใจไอ้ใบหน้าหมาเหงาของทอมเจ้าชู้ที่ชอบคนสวยๆอย่างผมบ้าง
แกเลยตะโกนประโยคหนึ่งก่อนแยกย้ายกันไปทำงานหลังจากดื่มกาแฟเสร็จให้ผมได้ยิน... ประโยคนี้มันทำหูผมผึ่งทีเดียว

..." เขาชื่อ เกศรินทร์ ทำงานอยู่แผนกติดกับเราเนี่ยะ... บอกได้แค่นี้ล่ะว่ะ".....
เกศรินทร์....เกศรินทร์ เอ.. ผมได้ยินชื่อนี้ที่ไหนนะ เหมือนจะได้ยินบ่อยมากด้วย นึกยังไงก็นึกไม่ออก...แต่ผมจะต้องนึกออกให้ได้
.................................................................................

ผมเดินจนจะถึงโต๊ะทำงานอยู่แล้วเชียว
 "มานะ" หนุ่มรุ่นพี่มีเงินแผนกที่กำลังโม้ตามนิสัยคนรวยให้เพื่อนร่วมงานชายที่กำลังจับกลุ่มคุยกันตามประสาหนุ่มๆยามว่างงานฟัง
บังเอิญเอ่ยชื่อที่ผมกำลังจดจ่ออยู่ตอนนี้ลอยลมมาเข้าหูว่า

" เป้าหมายต่อไปนะเว้ย ต้องน้องเกศ เกศรินทร์สาวข้างแผนกเรานี่แหละ จะสอยมาควงให้ได้ สวย ดุ คมแบบนี้เระ กุชอบว่ะ"

ผมไม่รู้ทำไมต้องโกรธทั้งๆที่ปกติ ผมก็เคยเป็นหนึ่งในสมาชิกของวงสนทนานั้นอยู่บ้างเป็นบางครั้งบางคราว
หรือที่ผมโกรธเพราะผมได้ยินชื่อเธอ....
ชื่อที่ผมไม่อยากจะให้ใครเอ่ยถึงแบบเสียๆหายๆ หน้ามันชาเมื่อได้ยินคำว่า "สอยมาควง" แต่ผมไม่รู้ว่าอะไรคือเหตุผลที่ผมไม่ชอบคำคำนี้ .........
...หรือว่าผมกำลังมีใจให้ผู้หญิงที่ผมรู้จักแต่ชื่อคนนี้ซะแล้ว เกศรินทร์...
หลังจากวันนั้น ผมพยายามจะไปยืนหน้าโรงอาหารทุกวันเพื่อหวังจะเจอเธอบ้าง... หากแต่ผมก็ไม่เคยเจอเลยสักครั้งเดียว
.........................................................................................................

ปลายเดือนธันวาคม เทศกาลปีใหม่ใกล้มาถึงสาวๆต่างพากันปรึกษาหารือเรื่องการหาของขวัญปีใหม่เตรียมไว้ให้คนพิเศษกันเป็นแถว..

ส่วนหนุ่มๆก็คงไม่พ้นเรื่องสถานที่สังสรรค์เมาเหล้าในคืนนับถอยหลังแน่นอน

ผมเองได้ของขวัญทุกปี จากสาวๆที่คบๆคุยกันอยู่บ้าง มันทำให้รู้สึกดีนะเวลามีคนมาชอบ มาปลื้ม ผมคิดอย่างนั้นมาเสมอ
ปีนี้ก็เช่นกัน...

"มนทิยา" เป็นชื่อของสาวน้อยที่สดใสร่าเริง ผมเพิ่งคบหากับเธอมาได้ 3-4 เดือนล่ะมั่ง...
เหตุผลที่จีบมน ก็เพราะเห็นว่ามนมีคนจีบเยอะ ผมอยากเป็นผู้ชนะ แล้วผมก็ชนะซะจริงๆ จากการขอเบอร์แล้วโทรไปหยอดคำหวานไม่กี่ครั้ง เธอก็ยอมมาเดินเคียงข้างผมให้หลายๆคนอิจฉาเล่นแล้ว เธอบอกว่าผมเอาใจเก่งและอารมณ์ดีเธอถึงมาคบกับผม

" ปีนี้เราไปเค้าท์ดาวน์ที่ไหนดีค่ะ แล้วอยากได้อะไรเป็นของขวัญ " มนถามผมอย่างอารมณ์ดี

"ที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องให้อะไรเราหรอก ปีนี้เรารู้สึกเฉยๆ ไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่" ผมตอบแบบขอไปที อาจจะเป็นเพราะในใจผม ผมกำลังเฝ้ารอใครบางคน คนที่ผมอยากเจอ อยากชวนไปเที่ยวในคืนข้ามปีมากกว่าผู้หญิงที่อยู่เคียงข้างเป็นแน่
มนดูหน้าจืดลงไปถนัดตา มันทำให้ผมรู้สึกตัวได้ว่า..ผมแสดงออกอาการเฉยชาต่อเธอมากเกินไป..
....................................

วันสิ้นปีจะมาถึงในอีก 2 วัน ทุกคนในแผนกต่างก็มีแผนไปเที่ยวกับแฟนกันแทบทุกคน แต่สำหรับผม .. ผมยังรอเจอคนคนนึงเหมือนเดิม

พี่แหม่มพี่สาวคนสวยผมก็มีแผนจะไปเที่ยวต่างจังหวัดเหมือนกันแฮ่ะ..แต่ไม่ยักกะชวนเรา

" เฮ้ย..จิ๊บ วานไรหน่อยดิ่ " พี่แหม่มบอกผมก่อนกลับบ้านในวันทำงานวันสุดท้ายก่อนจะหยุดยาวปีใหม่อีกหลายวัน
" พี่จะฝากขนมไปให้เพื่อนหน่อย อยู่แผนกใกล้ๆนี่แหละ นัดเค้าไว้แล้วว่าจะเดินเอาไปให้แต่ดันติดธุระต้องออกโอก่อนว่ะ วานหน่อย "
" อ้าว.. แล้วผมจะรู้จักเขามั้ยเนี่ยะ น่าตาเป็นไงก็ไม่รู้ แล้วอีกอย่างผมก็ไม่เคยเดินไปททางแผนกนั้นด้วยนะพี่"  ผมพูดแบบงงๆ
" เออน่า.. เดินไปรอตรงตู้แอร์สุดแผนกเราตอนทุ่มนึง เดี๋ยวเพื่อนพี่มาเอา พี่จะโทรบอกเค้าไว้.. ข้างในเป็นขนมนะเว้ย แกต้องให้วันนี้ ไม่งั้นขนมเสียแน่ นะ..ช่วยหน่อย พี่จะไปแล้ววว..."

ผมรับปากแกแบบปฏิเสธไม่ได้....หนึ่งทุ่มผมเดินไปตามทางเดินของแผนก เมื่อสุดทางผมก็หยุดรอตรงตู้แอร์ตามที่พี่แหม่มบอกไว้
รออยู่พักหนึ่งไม่เห็นมีใครมา นึกในใจเสียเวลาชะมัดเลย.....
พอหันหลังจะเลี้ยวกลับ ร่างบางเดินก้าวฉับๆตรงมาหาผมแบบแทบจะไม่ทันตั้งตัว ยิ่งใกล้ ยิ่งชัด.....
เธอ..เธอนั่นเอง เธอคนที่ผมอยากเจอมากที่สุดมาหยุดตรงหน้าผมแล้ว

" ไหนร่ะขนม? รอนานไหม?" เธอถามจ้องหน้าผมชนิดที่เรียกว่า มองจิ้งจกร่วงตายเลยทีเดียว..คนอะไรตาดุเป็นบ้าเลย
" นี่ครับ...พี่แหม่มฝากให้ พี่.....เอ่อ...พี่....."
" เกศ ...." เธอสวนมาทันควัน
" คะ ครับ.....พี่เกศ...พี่แหม่มบอกว่าให้รีบกินมันจะเสียนะครับ" ไม่รู้ว่าผมจะเสียงสั่นทำไมนะ อายเป็นบ้าเลย...
พอพี่เกศรับขนมจากผมปุ๊ป เธอก็หมุนตัวเตรียมจะเดินออกปั๊ป ... แต่ว่า.....

" ่อ่่อ ขอเบอร์หน่อยสิจะเอาไว้โทรให้เดินไปเอาขนมฝากมาให้พี่แหม่มบ้าง พอดีเดินมาไม่ค่อยได้งานยุ่งช่วงนี้" .....

พระเจ้า!!!!!!! พี่เค้าขอเบอร์ผมด้วย..ผมงี้จดเบอร์ไปกำปากกาแน่นเหงื่อแตกเลย...นางฟ้าเค้าขอเบอร์ผม ผมฝันป่าวเนี่ย
พอได้เบอร์เสร็จ เธอก็ทำท่าจะไปจริงๆ......ผมรู้สึกว่าเวลามันทำไมไวแบบนี้นะ อยากจะร้องเพลงว่า..อยู่ต่อเลยได้ไหมของสิงโต นำโชคเลยร่ะตอนนั้น

หลังจากได้รู้ชื่อ ได้เจอตัวเป็นๆออีกครั้งผมก็คลายความกลัวที่มีต่อสายตาคมคู่นั้นลงไปบ้าง ถึงได้อ้าปากพูดออกไปได้สักทีว่า
" ผมเดินไปส่งที่แผนกนะครับ จะได้เดินไปถูกตอนไปเอาขนมไงร่ะ " ผมพูดหยอดกลับไปตามประสาพวกเจ้าชู้อยู่แล้วเหมือนการโยนหินถามทางลองเชิงไปก่อน

เธอตอบรับยอมให้ผมไปส่ง ผมแทบจะกระโดดร้องเย้ด้วยความดีใจเลยแต่ต้องข่มไว้ เค้าคงไม่ชอบไอ้อาการเกินหน้าเกินตาของผมหรอก..
ระหว่างทางเราพูดคุยกันบ้างนิดหน่อยตามมารยาท แต่ใครจะสน.. ผมสนแต่หน้าขาวๆที่อยู่ตรงหน้า ไหนจะน้ำหอมที่ชวนให้ผมอยากจะเอาจมูกไปสูดกลิ่นหอมใกล้ๆนั่นด้วย ใจละลาย
...................................................................

ค่ำวันนั้น มันทำให้ผมเพ้อถึงแต่พี่เกศ.... ผมชักจะชอบเธอจริงๆแล้วสิ...หน้ามันผ่าวๆทุกทีที่เธอจ้องตาผมเลย

เสียงสายเรียกเข้าของโทรศัพท์ดังขึ้น ทำให้ผมตื่นจากอาการเพ้อ เบอร์โทรเข้าที่คุ้นเคยมาแล้ว...มนทิยา... เฮ้อ!!! ทำไมนะ ไม่เป็นเบอร์แปลกที่เพิ่งขอเบอร์ผมไปเมื่อหัวค่ำบ้าง ผมได้แต่ถอนหายใจ พลางกดรับสาย
มนโทรมาบอกผมว่า คืนนี้จะให้ผมพาเธอไปส่งที่ร้านอาหารซึ่งแผนกเธอเหมาร้านจัดเลี้ยงปีใหม่ให้ลูกน้องและให้ผมมารับเธอกลับ
คืนนี้เธอจะนอนค้างบ้านผม ไม่กลับบ้านเพราะอาจจะดื่ม....
สารภาพจากใจจริง คืนนี้ผมไม่อยยากนอนกับครทั้งนั้น เพราะผมหวังว่าพี่เกศจะโทมา จึงไม่อยากให้ใครอยู่ขัดจังหวะเวลาคุย.....
.....................................................
ตีสองกว่าแล้ว... ผมขับรถไปรับมนมาที่บ้าน เธอเมาพอสมควร ผมอุ้มเธอนอนบนเตียง เช็ดตัวให้ ในใจก็จดจ่อกับโทรศัพท์ที่วางอยู่บนหัวเตียงนั่น.....
แต่จนเช้า ไม่มีสักแอะที่มันจะดังหรือข้อความอะไรเลย ผมผิดหวังลึกๆ เธอไม่โทรมา..และ..เธอคงไม่รู้ว่าผมรอ......

....................
ติดตามตอนต่อไปนะครับ มีการแก้ไขเมื่อ : -
ถูกใจ มีคนถูกใจ 1 คน 2354

ความคิดเห็นที่ 1
โพสต์เมื่อ : 10 ก.ย. 57 16:14:13

ถูกใจ มีคนถูกใจ 0 คน

อีเมล์ :
รหัสผ่าน :
ลืมรหัสผ่าน ?
เข้าระบบ


หรือ สมัครสมาชิก คลิกที่นี่


กลับ
ด้านบน