เรียน ท่านสมาชิก Narak.com,
เพื่อเป็นการปรับปรุงการให้บริการให้สอดคล้องกับความต้องการของท่านสมาชิกในยุคนี้ให้มากยิ่งขึ้น บริการ My.narak.com ในรูปแบบเดิมนี้ จะขอยุติการให้บริการรับข้อมูลเพิ่มเติมตั้งแต่ในวันที่ 1 มีนาคม 2559 และเราจะแจ้งความคืบหน้าในการให้บริการใหม่ให้ท่านทราบต่อไปทางอีเมล์



กติกาการตั้งและตอบกระทู้
แจ้งปัญหาเกี่ยวกับการใช้งาน

แนบลิงก์ :

ร้องเรียนกระทู้ไม่เหมาะสม ?

แนบลิงก์ :

ร้องเรียนความคิดเห็นไม่เหมาะสม
หน้าแรกเว็บบอร์ด นักเขียน นักอ่าน เรื่องสั้น
ตอบกระทู้ ตั้งกระทู้
            คำสารภาพของมือที่สาม#ตอนที่ 2 #แว่นซ่าส์
อ่าน 5153 ครั้ง    |     ตอบ 0 ครั้ง
ผู้ตั้งกระทู้
โพสต์เมื่อ : 9 ก.ย. 57 23:55:52

หลังจากวันหยุดปีใหม่...จนแล้วจนเล่าเธอก็ยังไม่โทรหาผมเลยสักครั้ง มันทำให้ผมหงุดหงิดใจในตอนแรกและสิ้นหวังในตอนสุดทัายเธอคงลืมผมไปแล้ว จะจำทำไมคนไม่ได้สำคัญอะไร
.....

บ่ายวันนี้เป็นวันที่น่าเบื่อที่สุดอะไรๆก็เร่งรีบไปหมดเพราะบริษัทเพิ่งเปิดหลังจากวันหยุดยาว ผมรีบสาวเท้าเดินดิ่งๆไปทางโรงอาหารเพราะรู้สึกหิวข้าวไส้จะขาด เมื่อคืนจนถึงป่านนี้ไม่ได้กินอะไรเลยนอกจากเหล้าที่ "ไอ้เบิร์ด" เพื่อนตัวแสบชวนไปฉลองในโอกาสที่มันจีบสาวคนใหม่ที่มีดีกรีเป็นถึงซุปเปอร์ไวเซอร์ในแผนกมันได้สำเร็จ

ผมเดินเลี้ยวมาถึงมุมตึก ทันใดนั้นมีร่างบางๆเดินสวนก้าวมาฉับๆตรงหน้า...อาาาา...เธอ ...เธอคนนั้นคนที่ทำให้ผมรอ

ใจผมเต้นแรง แต่ไม่รู้เพราะอะไรที่ทำให้ผมก้มหน้าหลบเธอแล้วเลือกจะเดินเลี่ยงหนี

"จิ๊บ !!!!  กำลังจะไปกินข้าวเหรอ"เธอหยุดและถามผม เธอยังมีกะใจทักทายผมอยู่หรือนี่

"ครับ ผมกำลังจะไปโรงอาหาร" ผมตอบแบบไม่มองหน้า รู้สึกน้อยใจ ผมแอบชอบเธอแน่ๆ ถึงตอนนี้ผมรู้ตัวแล้ว น้อยคนนักที่จะทำให้ผมหวั่นไหวได้ขนาดนี้

"นัดแฟนร่ะสิ รีบเชียวนะ" พี่เกศแซวผมพลางยิ้มแบบมีเลศนัย แต่ผมกลับไม่มีอารมณ์ขำและกลับโกรธที่เธอทำเหมือนไม่มีอะไร ความจริงมันก็ไม่มีนั่นแหละ ระหว่างเรามันไม่ได้มีอะไร จะมีก็แต่แค่ผมที่แอบชอบเธออยู่ก็เท่านั้น..

"ครับ ผมนัดแฟนไว้ จะไปกินข้าวเที่ยงด้วยกัน" ผมตอบไปแบบประชด ความจริงวันนี้มนทิยาไม่ได้มมาทำงานและผมก็ไม่ได้จะไปกินข้าวกับใครด้วย

"อ่อ รู้แล้ว คนมีแฟนแล้วนี่เอง ถึงได้จดเบอร์ให้เราแค่เก้าตัว" เธอพูดจบแล้วเดินออกไปทันทีคล้ายว่างอนนิดๆ

ผมยืนงงอยู่เป็นพัก ...
อะไรนะ!!! ผมนี่มันโง่หรือทึ่มกันแน่ รอโทรศัพท์เธอมาเป็นอาทิตย์ แต่กลับจดเบอร์ให้ไม่ครบ ผมอยากจะตบหัวตัวเองแรงๆกับความผิดพลาดที่ไม่น่าให้อภัยของตัวเองครั้งนี้.....

แต่สุดท้ายผมก็ยิ้มออกมาได้..อย่างน้อยผมก็รู้แล้วว่าเธอเองก็คิดจะกดโทรศัพท์หาผมเช่นกัน เธอถึงรู้ว่าผมให้เบอร์เธอไม่ครบสิบตัว.....พอได้รู้แบบนี้ผมก็อดแอบจะจะมีหวังขึ้นมาอีกไม่ได้
.......................................................................................................


หลายวันต่อมา ผมพยายามอย่างมากที่จะเจอพี่เกศให้ได้และที่หวังไปมากกว่านั้น ผมหวังว่าผมคงจะได้คุยกับเธอมากกว่าเรื่องทั่วไป
ผมหมายถึงผมอยากจะสื่อความในใจออกไปว่าผมชอบเธอ.....ผมตั้งใจจะจีบเธอ

ไม่ว่าจะไปดักรอที่ไหนก็ไม่มีแม้แต่เงา เหลือที่เดียวที่ผมรู้ว่าจะได้เจอเธอแน่ แต่ผมยังไม่กล้าจะเดินไปนั่นคือ โต๊ะทำงานของเธอ!

ผมไม่รู้ว่าถ้าผมถือวิสาสะเดินดุ่มๆเข้าไปหาต่อหน้าสายตาอีกหลายคู่ที่คงจะอยากรู้ว่าผมเป็นใคร แล้วไปทำไมนั้นมันจะสร้างความอับอายให้เธอหรือเปล่า ผมจึงยังเลือกที่จะไม่ไปหาเธอถึงที่

ช่วงนี้มนเริ่มจับพิรุธผมได้แล้วว่าผมทำตัวไม่ปกติ...

" ทำไมเดี๋ยวนี้ไม่มาหามนที่แผนกเลยร่ะค่ะ เพื่อนๆเริ่มถามหาแล้ว เพื่อนมนบอกว่าเห็นจิ๊บไปยืนหน้าโรงอาหารแทบทุกเช้า ไปคอยใครค่ะ"

 ผมยืนมึนกลับคำถาม ไม่รู้จะตอบเธอยังไงดีเลยแกล้งยิ้มกลบเกลื่อนไป เอามือโอบเอวเธอไว้ดึงเข้ามากอดเพื่อหลบสายตาจับผิดนั้น..........." ไม่มีหรอก ผมไปหากาแฟดื่มเฉยๆ"

ผมคิดว่าในทางเดินระหว่างแผนกที่ค่อนข้างมืดและลับตาคนแบบนี้คงไม่มีใครเห็นหรอกว่าเรากำลังกอดกันอยู่...
แต่ทว่า....มี!!!!!!! ผมคิดผิดถนัด....

ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังจ้องมองผมไม่กระพริบและมีเชิงตำหนิอยู่ในแววตานั้นไม่น้อย ... พี่เกศ !!!!! เธอเห็นผมกอดมนทิยา......

พี่เกศเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว..ผมแทบจะสลัดผู้หญิงที่ผมกำลังกอดอยู่และโผไปคว้าข้อมือเธอไว้ .. แต่ผมจะทำแบบนั้นได้ยังไง ผมรู้สึกตัวเบาเป็นขนนกในเวลานั้น ทำไมมันผิดที่ผิดเวลาแบบนี้นะ..
เธอเดินห่างออกไปไกลตามทางเดินที่ทอดยาว ไกลออกไปจนแทบจะลับตาแล้ว ... โอกาสของผมหลุดลอยไปต่อหน้าต่อตา ทำไมนะ..

" มนต้องไปแล้วค่ะ พอดีนัดแอนไว้ว่าจะไปดูงานที่กำลังมีปัญหาทางตึกหลังโน่น เดี๋ยวเพื่อนจะรอแย่ " มนพูดกับผมพร้อมกับจูบที่แก้มผมเบาๆแทนการบอกลา
ก่อนไปเธอหันมาย้ำกับผมว่า เย็นนี้ขอให้ผมไปส่งบ้าน เลิกงานเธอจะรอที่หน้าบริษัท ห้ามลืม!!...

พอมนเดินเลี้ยวไปอีกทาง ผมออกวิ่ง วิ่งแบบเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ มิใช่ไปทางที่มนเดินไป หากแต่เป็นทางที่พี่เกศเดินไปต่างหาก...

ยิ่งวิ่งเหมือนยิ่งช้า ทางเลี้ยวสุดท้ายก่อนสุดทางเดินผมภาวนาให้เจอ....แต่ไม่มีใครเลยสักคน!!! นอกจากประตูทางเข้าแผนกที่ห้ามคนนอกเข้าเด็ดขาดและประตูห้องน้ำแผนกเท่านั้น

ผมยืนหอบ หายใจถี่ระรัวอยู่ตรงนั้น จะบ้าตาย.. เธอหายไปไหนไวขนาดนี้นะ ?

เมื่อรู้ว่าไม่ทันแล้วผมเตรียมจะหันหลังกลับ พบว่าพี่เกศยืนขวางอยู่ด้านหลัง...เธอเอามือกอดอกพร้อมกับใบหน้าเรียบเฉยเหมือนเคย..

"มาทำไมแถวนี้ แม่สาวน้อยไปไหนร่ะ เห็นยืนกอดกันกลมอยู่เมื่อกี้ ไม่อายบ้างหรือไง? "

" เออ....ออ..อ ผมวิ่งตามหาเพื่อนครับ พอดีเห็นมันเดินมาทางนี้ไม่ทันได้เรียกไว้ "

" เหรอ ? ถ้างั้นพี่ก้เข้าใจผิดว่าเธอมีธุระกับพี่สินะ ถึงได้วิ่งตามมา ไม่เป็นไร.. ไปก็ได้ "

" อย่าเพิ่งครับ.....พี่.... จริงๆผมก็มีเรื่องจะคุยกับพี่ด้วยเหมือนกัน " ผมรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีพูดออกไป

" คือผม... ผม.... ครั้งที่แล้วผมให้เบอร์พี่ไม่ครบ พี่เลยโทรหาผมไม่ติดใช่มั้ย? แล้วถ้าครั้งนี้ผมขอแก้ตัวใหม่ พี่จะโทรมาหาผมหรือเปล่า? "

พี่เกศเลิกคิ้วจ้องหน้าผม ยิ้มแปลกๆ..ยิ้มแบบเยาะเย้ยนิดๆ

" ทำไมพี่จะต้องโทรหาเราด้วยร่ะ ไม่ได้มีธุระอะไรด้วย อีกอย่างไม่อยากให้แม่แฟนสาวของเธอคนนั้นมาว่าชั้นไปยุ่งกับของรักของหวงของหล่อนด้วย"

" ผมไม่ใช่ของของใคร... ผมยังโสดนะ" ผมแก้ตัวไปขุ่นๆ แก้ตัวแบบขอไปที

" โสด?...... แต่ยืนกอดกันขนาดนั้นนะ..โอย นี่ชั้นโตแล้วนะสามสิบแล้ว จะดูไม่ออกเลยหรือไง แต่ก็ช่างเถอะมันเรื่องของเธอ ไม่เกี่ยวอะไรด้วย แต่ถ้าอยากได้เบอร์จะให้ก็ได้ แต่เอาไปเก้าตัวเหมือนกันที่เหลือหาเอาเอง! "

เธอเอาคืนผมเข้าให้แล้ว ....แต่ยังไงตอนนี้เอาก็เอาว่ะ ยังไงก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย....เธอจดมาให้แค่เก้าตัวจริงๆ!!!
แล้วไอ้ตัวสุดท้ายมันเลขอะไร จะหาที่ไหน ผมยังคิดไม่ออกเลย

การสนทนาจบลงเพียงแค่นั้น..เราต่างก็แยกย้ายกลับไปทำงานของตัวเอง ผมพยายามจะเดาเบอร์โทรตัวสุดท้ายของพี่เกศหลายครั้ง
สุดท้ายผมก็ปิ้งไอเดีย.......

ผมเดินไปหาพี่แหม่มที่โต๊ะ....ทำหน้าตาตกใจ
" พี่ๆ ผมยืมโทรศัพท์หน่อยสิ ไม่รู้เอามือถือไปซุกไว้ตรงไหนหาไม่เจอ แต่คงอยู่แถวโต๊ะทำงานนั่นแหละ เดี๋ยวเอามือถือพี่โทรเข้าคงหาเจอ"
" เออ ได้ๆ เอาไปสิ " แกคงไม่ทันสังเกตุใบหน้าเจ้าเล่ห์ผมหรอก..

เมื่อเดินมาถึงโต๊ะผมคว้าเอากระดาษที่พี่เกศจดเบอร์ขึ้นมา มือไม้มันสั่นไปหมด..
ผมบรรจงกดตัวเลขลงไปบนแป้นอย่างชนิดที่เรียกว่า ไม่มีทางที่มันจะหลุดมือผมไปไหนอีก

ศูนย์..แปด...เก้า...ศูนย์...หก..เก้า....หก..สอง..เก้า..............
เย้ !!!!!!!! ตัวสุดท้ายโผล่มาแล้ว
ผมดีใจแทบจะเก็บอาการไม่อยู่ เอาว่ะเป็นไงเป็นกัน ผมจะต้องจีบพี่เกศให้ได้ แต่ไม่เหมือนกับทุกคนที่ผมคบเล่นๆ ผมชอบเธอจริงๆ..
..........................................................................................

หลังจากเสร็จภารกิจพิชิตเบอร์โทรสาวในฝันของผมแล้ว ผมมุ่งมั่นตั้งใจไว้ว่าต้องเดินหน้าจีบเธอให้ได้..

แต่ผมลืมไปสนิทว่า..ผมมีผู้หญิงอีกคนที่เริ่มทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของผมขึ้นมากทุกวัน..มนทิยานั่นเอง...
..........


วันนี้วันที่ 20 มกรา อากาศเย็นสบาย สิ้นเดือนหน้าจะเป็นวันส่งออกของบริษัท เป็นวันที่แทบจะเรียกว่า วันที่รอคอยของพนักงานทุกคนเลยทีเดียว แต่ละแผนกจะจัดทัวร์ไปเที่ยวต่างจังหวัดบ้าง ทะเลบ้าง แตกต่างกันไปทุกปี ใครชอบใครจีบใครก็งานนี้แหละ..โอกาสทองเลยที่จะพิชิตให้ได้

ผมจะต้องชวนพี่เกศไปเที่ยวกับผมให้ได้ ... แล้ววันนี้ผมจะโทรหาเธอ!!!!.... ผมคิดในใจ

ผมกดเบอร์โทรออกไป หน้าจอโทรศัพท์ขึ้นว่า...คนพิเศษ.... ผมบันทึกไว้ตามความรู้สึกที่มีเพราะเธอพิเศษกว่าใครจริงๆ

เสียงสัญญาณดังขึ้นว่าผมเป็นสายเรียกซ้อน .. เธอไม่รับสายคงกำลังคุยกับใครอยู่ มันผิดหวังในใจไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับการเริ่มต้นแบบนี้  ความมั่นใจที่มีลดลงถนัด....

สามครั้งที่ผมโทร..แต่ก็ยังเป็นสายซ้อนเสมอ..คุยกับใครนะ? คำถามมันผุดขึ้นมาในสมองผมทันที
ผมล้มเลิกความตั้งใจ..แต่แล้วปลายสายก็โทรกลับ !!

" ฮัลโล เบอร์ใครเนี่ยะ? " หล่อนกรอกเสียงเรียบมาตามสาย

ผมยังเงียบคิดว่าจะพูดอะไรดี

" ว่าไง ใครค่ะ ไม่พูดจะวางแล้วนะ!"

"ผะ ผมเองครับ จิ๊บเอง"

"อ่อ แล้วถามทำไมไม่พูดล่ะ ว่าไงรึ? เอ๊ะ!! นี่เดาเบอร์ถูกเร็วนะเรา เก่งเนอะ" เธอพูดติดตลก

"ครับ มันคงไม่ยากเกินความพยายามหรอก จริงมั้ย? ถ้าเราอยากคุยกับใครสักคน" ผมพูดตอบไปด้วยเสียงจริงจัง

" ปากดีเสียด้วย ค่าาา...คนเก่ง แล้วโทรมามีอะไรค่ะ? จะบอกได้หรือยัง"

ผมแอบยิ้มที่เธอเรียกผมว่า...คนเก่ง.... ช่างเหน็บเสียจริงๆเลยนางฟ้าของผมเนี่ยะ

"คือผมจะไม่อ้อมค้อมแล้วนะครับ ผมอยากจะชวนพี่ไปกินข้าวด้วยกันสักมื้อจะได้ไหมครับ? รังเกียจหรือเปล่า?"

พี่เกศเงียบไปอึดใจ คงคิดไม่ถึงว่าผมจะกล้าชวนตรงๆแบบนี้
" หืออ...กินข้าวเหรอ นี่เธอกำลังจะจีบพี่หรือเปล่า อารมณ์ไหนกัน ? " เธอรู้ทัน
ผมเงียบแบบรอคำตอบ......
" ได้.....แต่ว่าการกินข้าวมันคงจะเร็วไปหน่อย เปลี่ยนเป็นดื่มกาแฟสดที่โรงอาหารบริษัทตอนเช้าก่อนเข้างานได้ไหมอ่ะ? สะดวกดี " เธอตอบกลับมา

พี่เกศยื่นข้อเสนอที่ตอบยากมาให้ผมซะแล้ว ทำไมนะหรือ...
เพราะว่าถ้าเกิดว่าผมไปดื่มกาแฟที่โรงอาหารในตอนเช้าที่พนักงานส่วนใหญ่รวมตัวอยู่ที่นั่นแล้ว มันแทบไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่มนทิยาจะไม่รู้ แล้วผมจะทำไง.. ผมใช้ความคิดอย่างหนักเลยในตอนนี้

" ทำไมเหรอ กลัวว่าแฟนสาวเธอจะรู้เหรอ ว่าเธอไปกับพี่ ไม่กล้าแบบนี้ ไม่ไปก็ได้นะ " เธอพูดแบบเป็นต่อ

"ไปสิครับ ผมจะไป..ผมไม่ได้ปอดแหกอย่างที่พี่คิดไว้สักหน่อย "

ผมตอบแบบไม่มีทางเลือก อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ในเมื่อหัวใจมันเรียกร้องอะไรจะตามมาผมก็ต้องยอมรับแล้วคราวนี้...

" ดี..งั้นพรุ่งนี้ เจ็ดโมงเช้า พี่รอหน้าโรงอาหารนะ แล้วอย่าเบี้ยวนัดเพราะใจไม่ถึงล่ะ " เธอเหน็บแหนมผมอย่างคนที่มีชั้นเชิงมากกว่า เธอคงเดาความคิดผมได้ แน่ร่ะสิ อายุเธอสามสิบ ผมยี่สิบสาม กระดูกมันคนละเบอร์อยู่แล้ว

คำทิ้งท้ายที่ท้าทายก่อนวางสาย มันทำให้ผมมีแรงกระตุ้น..ยังไงซะผมต้องจีบเธอให้ติดแล้วลบคำสบประมาทนั้นซะ ให้สาวรุ่นพี่จอมหยิ่งคนนี้ได้รู้ฤทธิ์ผมบ้างแล้ว........ว่าผมก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน!!!

.......................................................................

เจ็ดโมงเช้าวันรุ่งขึ้น..ผมแต่งตัวหล่อกว่าปกติเพราะว่านัดกับสาวสวยที่ใครๆก็หมายปองเอาไว้
ผมมาก่อนเวลานัดประมาณ 10 นาที เพราะไม่อยากให้เธอรอ...แต่ในใจผมมันกระสับกระส่ายแทบจะควบคุมตัวเองให้ยืนนิ่งๆไม่ได้เพราะกลัวอยู่สองอย่าง..

อย่างแรก กลัวว่าพี่เกศจะไม่มา
อย่างหลัง กลัวว่ามนทิยาจะเห็น

และแล้วข่าวดีกับข่าวร้ายผมก็มาพร้อมกัน....

โน่น...สาวที่ผมรอเดินมาแล้ว เธอแต่งตัวด้วยกางเกงขาสั้นสีขาวและเสื้อขาวที่บางมองทะลุเห็นบราสีดำข้างใน ปล่อยผมยาวดำเป็นมันสยายบนบ่าเดินมองตรงมาที่ผมอย่างไม่แยแสต่อสายตาอีกหลายคู่ที่มองเธอเพราะเสื้อตัวบางตัวนั้นเลยสักนิด

ในขณะเดียวกัน สาวผอม โปร่ง สวมชุดเดรสสีฟ้าสดก็เดินตรงมาทางผมเช่นกัน....มนส่งยิ้ม

มนกับพี่เกศมาพร้อมกันผมควรทำยังไงดีล่ะทีนี้?

เรื่องไม่คาดฝันมักเกิดขึ้นกับเราเสมอ...จริงมั้ย..

พี่เกศเหลือบมองสาวน้อยที่เดินข้างๆเธอแล้วเร่งฝีเท้าให้ไวขึ้นเพื่อเดินนำหน้า....

เธอมาหยุดตรงหน้าผมก่อนมน..คว้ามือผมจับแล้วเดินออกไปทางร้านกาแฟอีกทาง ทิ้งให้อีกคนยืนอ้าปากหวออยู่อย่างนั้น

ตายแน่ผม.. แบบนี้มันจงใจชัดๆ ผมประเมินรุ่นพี่คนนี้น้อยไปจริงๆ ชักจะกลัวๆแล้วสิ

"กาแฟร้อนสองแก้วค่ะลุง" พี่เกศสั่งกาแฟ ขยับนั่งบนเก้าอี้และส่งสายตาที่เป็นเหมือนคำสั่งให้ผมนั่งข้างๆเธอเดี๋ยวนั้น...

มนเดินมาทางนี้แล้ว หน้าตาบึ้งตึงสุดๆ หากเธอโวยวายผมจะทำยังไงดี เหงื่อผมผุดมาเม็ดเท่านิ้วโป้งได้
พี่เกศหันมองตามสายตาผมที่มองไปหาผู้หญิงที่เพิ่งจะถูกชิงตัวคนรักมาต่อหน้าต่อตาแบบสะใจเล็กๆ ยิ้มมุมปาก

" ฮึ!!! มาแล้วสาวน้อยหวานใจเธอ...ไงเรา? จะลุกไปหาแฟนเธอก็ได้นะ..พี่ไม่ว่าอะไรหรอก ก็แค่ได้รู้อะไรบางอย่างก็เท่านั้น"
เธอกำลังยั่วให้ผมประสาท...

" จิ๊บ !!! มาทำอะไรที่นี่? " ถึงแม้มนจะไม่ได้ตวาดผมแต่เสียงนั่นก็ดังพอที่จะทำให้ทุกคนหันมามองเราเป็นตาเดียวได้

"คือ...ว่า.. " ผมพูดไม่ออก

" มาดื่มกาแฟกะรุ่นพี่ มีอะไรหรือเปล่าค่ะ? แล้วกรุณาใช้น้ำเสียงดีดีด้วย! " มีคนตอบแทนผมแล้ว...พี่เกศพูดพลางจ้องหน้ามนด้วยสายตาท้าทาย

" อ่อ รุ่นพี่.. ไม่ทราบว่ารุ่นพี่แบบไหนค่ะ ถึงต้องเดินจับมือกันด้วย? " มนย้อนทันควัน

พี่เกศหันหน้ามองผมยิ้มหวาน มันเป็นยิ้มที่หวานที่สุดเท่าที่ผมเคยได้เห็นบนใบหน้าของเธอเลย..แต่สวยแบบน่ากลัว เดาไม่ได้ว่าคิดอะไรอยู่

"ถ้าอยากรู้..ถามจิ๊บเองจะดีกว่า .. แต่ถ้าจะมาทะเลาะกันตรงนี้ก็เชิญตามสบายนะ อายคนอื่นเป็นมั้ยร่ะ...

จิ๊บพี่เข้างานก่อนแล้วเจอกันใหม่นะค่ะ "
พี่เกศลุกยืนแบบไม่ละสายตาจากผมเลยสักนิด ยิ้มมุมปากให้มนทิยาแล้วเดินออกไป ทิ้งไว้ให้ผมมึนงงกับช่วงเวลานั้น.....

มนโกรธผมสุดๆ ร้องไห้โวยวายว่าผมนอกใจ ถึงมันจะสร้างความปวดหัวให้แต่เรื่องนี้ใช่เรื่องที่ผมแคร์ที่ไหน.. ผมใส่ใจว่าพี่เกศจะโกรธผมหรือเปล่าต่างหากล่ะ...
..................................................
ผมได้แต่คิดในใจว่าถ้างานนี้ผมต้องสูญเสียสาวที่ควงอยู่อย่างมนทิยาไปเพราะความเจ้าเล่ห์และแผนที่พี่เกศทดสอบผมร่ะก็...พี่เกศจะต้องชดใช้ผมด้วยการมาเป็นแฟนผมแทน มันถึงจะคุ้มกัน..... ถ้าให้เลือกตอนนี้ผมว่าผมมีคำตอบในใจชัดเจนแล้ว...
ว่าผมจะเลือกใคร....


ติดตามตอนต่อไปนะครับ แสดงความคิดเห็นกันได้








  มีการแก้ไขเมื่อ : -
ถูกใจ มีคนถูกใจ 0 คน

อีเมล์ :
รหัสผ่าน :
ลืมรหัสผ่าน ?
เข้าระบบ


หรือ สมัครสมาชิก คลิกที่นี่


กลับ
ด้านบน