เรียน ท่านสมาชิก Narak.com,
เพื่อเป็นการปรับปรุงการให้บริการให้สอดคล้องกับความต้องการของท่านสมาชิกในยุคนี้ให้มากยิ่งขึ้น บริการ My.narak.com ในรูปแบบเดิมนี้ จะขอยุติการให้บริการรับข้อมูลเพิ่มเติมตั้งแต่ในวันที่ 1 มีนาคม 2559 และเราจะแจ้งความคืบหน้าในการให้บริการใหม่ให้ท่านทราบต่อไปทางอีเมล์



กติกาการตั้งและตอบกระทู้
แจ้งปัญหาเกี่ยวกับการใช้งาน

แนบลิงก์ :

ร้องเรียนกระทู้ไม่เหมาะสม ?

แนบลิงก์ :

ร้องเรียนความคิดเห็นไม่เหมาะสม
หน้าแรกเว็บบอร์ด นักเขียน นักอ่าน เรื่องสั้น
ตอบกระทู้ ตั้งกระทู้
            คำสารภาพของมือที่สาม#ตอนที่ 3 #แว่นซ่าส์
อ่าน 5298 ครั้ง    |     ตอบ 4 ครั้ง
ผู้ตั้งกระทู้
โพสต์เมื่อ : 10 ก.ย. 57 00:44:42

หลังจากเหตุการณ์ที่โรงอาหารวันนั้น..ผมกับมนทิยาก็เริ่มระหองระแหงกันเรื่อยมา
นับวันยิ่งทวีความรุนแรงเพราะพิษรักแรงหึงของอีกฝ่ายมากขึ้น..

ยิ่งไปกว่านั้น..มนแทบจะบอกให้เพื่อนเธอทุกคนจับตามองผมไว้ไม่ให้คลาดสายตาและพี่เกศก็เป็นคนดังในหมู่เพื่อนฝูงมนไปโดยปริยายด้วยข้อหาที่ว่า...หล่อนพยายามแย่งผมไปจากเธอ

ผมแทบไม่มีโอกาสที่จะได้เจอหรือได้คุยกับพี่เกศอีกเลยตั้งแต่วันนั้น ในใจผมมันร้อนรุ่ม ผมยอมรับว่า..ผมคิดถึงเธอมาก..
ผมเบื่อหน่ายเวลาที่เจอกันกับมนแล้วต้องได้ยินเธอกล่าวถึงพี่เกศในทางไม่ดีตามด้วยการหาเรื่องทะเลาะกับผม

" อายุก็ไม่ใช่น้อยๆแล้วแม่คนนั้น ยังจะมาหาเศษ หาเลยกับแฟนมนอีก "

หาเศษ หาเลย....... คำนี้สะดุดหูผม ผมไม่อยากจะต่อความยาวสาวความยืดกับเธอแต่ผมไม่พอใจที่เธอพูดถึงพี่เกศในแง่ลบแบบนี้เลยถึงแม้ว่ามันจะจริงก็ตามเถอะ

" จิ๊บ...มนจะถามครั้งสุดท้าย ระหว่างจิ๊บกับพี่เกศอะไรนั่นมีอะไรมากกว่าเพื่อนรุ่นพี่หรือเปล่า? ต้องตอบความจริงมาด้วย ห้ามโกหก!! "

" ไม่มีหรอกน่า..ถามครั้งที่เท่าไหร่แล้วเนี่ยะ " ผมตอบด้วยความรำคาญ แต่ก็รู้ดีแก่ใจว่าผมโกหกเธอ

"อย่าให้จับได้ก็แล้วกัน...คอยดู!! " มนคาดโทษผมไว้ด้วยน้ำเสียงและสีหน้าเอาจริง

...........................................................................................................................................

ความคิดถึงเนี่ยะ..มันขึ้นชื่อว่าทรมานที่สุด..น้อยคนนักที่จะทนมันได้ สุดท้าย..ผมก็พ่ายแพ้แก่มันอย่างสิ้นเชิง
ผมตัดสินใจกดเบอร์โทรศัพท์ไปหาพี่เกศในเย็นวันหนึ่ง ซึ่งใกล้เวลาเลิกงานแล้ว.. อย่างน้อย ขอแค่ได้ยินเสียงเธอผมก็ดีใจ

ตื้ดดด.......ตื้ดดด.........  ผมภาวนาให้เธอรับทีเถอะ..

" มีอะไรไม่ทราบ? " น้ำเสียงดูไม่ยินดีเลยสักนิดที่เป็นผมที่โทรไปหาเธอ

"ผมมีเรื่องอยากคุยด้วยครับ"

"แต่พี่ไม่มี ถ้าเธอไม่มีธุระอะไรสำคัญแล้วพี่จะวางนะ.."

ผมน้อยใจจริงๆ เมื่อคราวก่อนผมยังไม่ลืมว่าเธอลงท้ายบทสนาว่า....แล้วพบกันใหม่....
แล้วทำไมคราวนี้ เธอถึงพูดกับผมแบบไม่มีเยื่อใยสักนิดแบบนี้.....หรือว่า.....เธอต้องการแค่เพียงความสะใจ

"  ครับ... พี่จะวางก็ได้ แต่ผมถามอะไรสักคำได้หรือเปล่า... ที่พี่มาหาผมที่โรงอาหารวันนั้น ที่ลงทุนจับมือผมต่อหน้าแฟนผม ก็เพียงเพราะพี่อยากจะเอาชนะหรือแค่แกล้งให้ความหวังผมกันแน่...
พี่ก็รู้ใช่ไหมว่าผมชอบพี่!!! ... ผมอยากรู้ว่าที่ทำมาทั้งหมดนี่..พี่ไม่รู้สึกอะไรเลยใช่หรือเปล่า ทำไมใจดำแบบนี้..."
ผมพูดออกไปด้วยความอัดอั้น....และน้อยใจ ที่เธอมองมันเป็นแค่เกม..เหยียบย่ำความรู้สึกดีดีที่ผมมีต่อเธออย่างหมดสิ้น

" ถ้าพี่บอกว่าเปล่า..เธอจะเชื่อไหมร่ะ? มันยังมีอะไรที่เธอไม่รู้อีกเยอะเกี่ยวกับตัวพี่ และถ้าเธอรู้ เธอคงจะเลิกชอบพี่ไปเลย....
ดูไปเธอก็มีแฟนที่น่ารักดีอยู่แล้ว ทำไมถึงไม่คบเค้าต่อไปร่ะ พี่กับเรานะอายุห่างกันหลายปีไม่เหมาะกันหรอก อีกอย่างพี่คงดีไม่พอสำหรับเธอ... "

"ทำไมพี่จะดีไม่พอ... พี่ยังไม่เคยเปิดโอกาสให้ผมเลยสักนิด พี่รู้ได้ยังไง? "

"นี่เธอชอบพี่จริงๆเหรอเนี่ย.... รู้ไหมว่าถ้าเดินหน้าแล้วถอยหลังไม่ได้..พี่ไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ ล้มเลิกความตั้งใจซะเถอะ ในบริษัทเรามีสาวๆ สวยๆที่พร้อมจะเป็นแฟนเธออีกเยอะแยะมากมาย....."

" ไม่ครับ ผมไม่เปลี่ยนใจ " ผมบอกเธอด้วยความมุ่งมั่น ตอนนี้ความชอบที่มีต่อเธอนั้นมันมากมายจริงๆ ผมพร้อมที่จะยอมไม่มีใครเลยเพื่อแลกกับผู้หญิงคนนี้ คนที่ผมแอบรัก ยิ่งนาน ยิ่งมาก ยิ่งอยากเป็นเจ้าของ

เราต่างก็เงียบกันไปครู่ใหญ่ สุดท้าย....พี่เกศก็เป็นฝ่ายเอ่ยก่อนว่า...

"ได้...ถ้าอยากได้โอกาส พี่จะให้ แต่พี่ได้เตือนเธอแล้วนะว่าเราไม่เหมาะกัน อีกอย่าง....อะไรที่เป็นของพี่ มันจะไม่มีวันเป็นของใคร พี่ไม่ชอบใช้อะไรร่วมกับคนอื่น... เธอเข้าใจที่พี่พูดหรือเปล่า?  แล้วแฟนเธอล่ะ..เธอจะทำยังไง... คงจะไม่มาแหกอกชั้นหรอกนะ.."

"ครับ ผมจะจัดการเอง....."
 ใจผมชื้นขึ้นมาเป็นกอง....ผมดีใจที่พี่เกศให้โอกาสผมแล้ว..

แต่ผมจะทำอย่างไรกับเรื่องของผมเอง มนทิยาไม่ได้ทำอะไรผิด นึกถึงวันแรกที่ผมตามจีบเธอแล้วก็รู้สึกผิดในใจ.. ในวันนี้ผมกำลังคิดหาทางบอกเลิกเธอเพื่อไปคบกับผู้หญิงที่ผมปฎิเสธเสมอว่า..ผมไม่คิดอะไรด้วย... แต่ในเวลานี้เรื่องมนทิยาเอาไว้ทีหลัง ผมต้องรีบฉกฉวยโอกาสที่ผมเฝ้ารอคอยมานานไว้ก่อน ทำอย่างไรก็ได้ให้พี่เกศตอบรับผมเป็นแฟน

"เย็นนี้ไปทานข้าวกับผมหลังเลิกงานนะครับ ผมจะรอที่โรงรถ ผมจะรอจนกว่าพี่จะมา .." พูดจบผมวางสายทันที ไม่ให้โอกาสพี่เกศได้เลือกว่าเธอจะไปกับผมหรือไม่...

..........................................................................................................................................................................................

หนึ่งทุ่มตรง..ผมยืนรอพี่เกศที่ลานจอดรถ เธอยังไม่มา...

ตื้ดดดด ..ตื้ดดดดด.... เสียงโทรศัพท์ผมสั่นเตือนว่ามีสายเข้า...มนโทรหาผม !!
ณ. เวลานั้นผมยังคิดไม่ออกว่าจะพูดอะไรหากเธอถามว่าผมอยู่ไหน ผมจึงปล่อยให้มันสั่นไปอย่างนั้นจนเธอวางสายไปเอง

นางฟ้าของผมเดินมาแล้ว......เธอสวยจริงๆ ผมอยากรู้ว่าที่ผมชอบเธอเพราะอะไรกันแน่ ความสวยหรือนิสัย? เพราะผมเองก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธอเลย...รู้แต่เพียงว่า "ผมชอบเธอจริงๆ"

" จะพาไปไหนอ่ะ? " เธอถามขณะที่ก้าวขึ้นมานั่งบนรถเรียบร้อยแล้ว

"เดี๋ยวพาไปร้านประจำในเมืองนี่แหละ..พี่ดื่มมั้ยครับ?"

"ขอเป็นร้านนั่งฟังเพลงสบายๆนะ ผับ บาร์ อะไรแบบนี้คงไม่เหมาะกับวัยพี่แล้วร่ะ แก่แล้ว " เธอพูดไปอย่างขำขำ

"ได้เลยครับ..." ผมตั้งใจจะว่าจะพาเธอไปร้านประจำที่ผมกับไอ้เบิร์ดชอบพากันไปนั่ง เป็นร้านเล็กๆแต่ตกแต่งได้บรรยากาศ เพลงก็เพราะ อาหารถูกปากและคนไม่พลุกพล่าน

ก่อนออกรถผมเอื้อมมือผ่านตัวเธอไปด้านข้างฝั่งข้างคนขับเพื่อดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้...พี่เกศนั่งตัวแข็งทื่อ หน้าแดง เพราะมันคล้ายว่าผมตั้งใจจะโน้มตัวไปจูบเธอยังไงยังงั้นเลย....

" จะทำอะไรน่ะ !!!! " เธอถามผมเสียงสั่น

" ตกใจเหรอครับ ผมแค่จะคาดเข็มขัดให้เฉยๆ ไม่คิดล่วงเกินพี่หรอกน่า แต่ถ้าผมจะทำผมจะรอให้พี่เต็มใจ " ผมพูดอย่างเจ้าชู้แกมโกง

ผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างผมตรงนี้มีอะไรหลายอย่างที่บอกไม่ถูก ที่ทำให้เสือผู้หญิงตัวยยงแบบผมอยากจะเก็บเธอไว้ อยากดูแล ทนุถนอม ไม่อยากจะทำร้ายเลยแม้แต่ปลายเล็บ.....

"ฮืมมม ไปกันได้แล้ว" คนพูดยังหน้าแดงอยู่ ยิ่งมองก็ยิ่งน่ารัก....

พอมาถึงร้านอาหาร เราเลือกโต๊ะที่ค่อนข้างหลบมุมและไกลจากโต๊ะอื่นพอสมควร ผมสั่งอาหาร สามสี่อย่างและเลือกเหล้ามาเป็นเครื่องดื่ม

" ดื่มอะไรดีครับ? ตื่มเหล้าไหม ไม่ต้องกลัวว่าผมจะมอมเหล้าพี่หรอกนะ "
"น้ำเปล่าแล้วกัน" เธอระวังตัวแจเลย...
ผมนึกขำสาวอายุสามสิบตอนนี้ กำลังกลัวหนุ่มอายุยี่สิบสามปีจะมอมเหล้า.......

เรานั่งทานข้าวไปก็คุยกันเรื่องสัพเพเหระเรื่อยเฉื่อยแต่มันก็ทำให้ผมรู้สึกว่าสนิทกับพี่เกศมากขึ้น จากการคุยกันทำให้ผมรู้ว่าพี่เกศนั้นทำงานแผนกเดียวกับเบิร์ดเพื่อนผมหากแต่ไม่เคยคุยกัน และเธอก็ยังเป็นลูกน้องของพี่หนิงแฟนซุปเปอร์ไวเซอร์ของไอ้เบิร์ดด้วย..
เป็นแบบนี้ก็ดี..ผมจะได้หาเรื่องอ้างเดินไปหาเธอว่าผมไปหาเพื่อน....เข้าทางเลย

มันเป็นช่วงเวลาที่ผมรู้สึกว่าสิ่งรอบข้างไม่สำคัญกับผมเลยสักนิด ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าทำให้โลกผมหยุดหมุนไปเลย...
คนสวยมันก็เป็นอะไรที่น่ามองอยู่แล้ว นี่ทั้งสวย เซ็กซี่ ผมแทบจะกลืนเธอด้วยสายตาได้เลย แต่ผมต้องพยายามยังยั้งชั่งใจไม่แสดงอาการชีกอให้เธอเห็น เดี๋ยวเธอจะไม่ไว้ใจไปไหนกับผมอีกเป็นแน่

..." เมื่อความรักที่เคยหวานกลายเป็นความขม..เมื่อฉันกลายเป็นแค่ลมในสายตาเธอวันนี้...."
เสียงเรียกเข้าเพลงทนพิษบาดแผลไม่ไหวของวงร็อคโปเตโต้ดังขึ้นขัดจังหวะการสนทนาของเรา....

พี่เกศรับโทรศัพท์สายนั้นด้วยใบหน้าเคร่งเครียด..เธอไม่พูดอะไรตอบปลายสายเลยนอกจากคำว่า อืมมม.... สักพักก็วาง

"ชงเหล้าให้พี่หน่อยสิ เอาแบบไม่เข้มมากนะ ไม่ได้กินมานานแล้ว" เธอบอกผม

"อ้าว..ไหนว่าไม่กินไงพี่...เอาจริงเหรอ?"

"ตกลงจะชงให้มั้ย? พอไม่กินก็ชวน พอจะกินก็ห้าม เด็กคนนี้นี่ยังไง"

"ก็ได้ๆ เดี๋ยวจัดให้เลยครับ"
ผมไม่กล้าขัดใจเธอ ในใจนึกสงสัยกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปโดยทันทีของเธอหลังจากที่รับโทรศัพท์สายนั้น เธอดูเครียดและเป็นกังวล แต่ก็พยายามจะปิดบังผม เธอคงไม่อยากให้ผมรู้  .. ในยามที่เธอนั่งนิ่งอีกมือนั้นเอานิ้วชี้เรียวสวยวนไปรอบๆขอบปากแก้วเหล้าที่ผมเพิ่งชงให้ไปมาคล้ายว่ากำลังใช้ความคิดแบบนี้ เธอดูเศร้า....
แต่ผมก็ไม่กล้าถามอะไรมากนักหรอก ถ้าเธอจะเล่า เธอคงเล่าให้ผมฟังเอง.....

ดื่มไปสามสี่แก้ว...สีหน้าของสาวรุ่นพี่ผมเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม ที่จริงเธอเป็นคนขาวอยู่แล้วบวกกับการที่คงไม่ค่อยได้ดื่มเลือดเลยสูบฉีดบนใบหน้าจนแดงจนเห็นได้ชัด.... เหมือนเธอจะเริ่มตึงๆเพราะน้ำเสียงเริ่มเปลี่ยนแล้ว

"พี่เมาหรือเปล่าครับเนี่ย เรากลับกันไหม? จะให้ผมไปส่งที่ไหนดี?" ผมถาม

"มึนๆเหมือนกัน กลับก็ได้....ส่งที่บริษัทนั่นแหละ เดี๋ยวพี่กลับเองได้" ผมนึกในใจเธอคงทิ้งรถไว้ที่บริษัท

"ครับ แน่ใจว่าจะขับรถไหว ผมไปส่งบ้านก็ได้นะ บ้านพี่อยู่ไหนครับ"

"ไม่ต้องหรอก ส่งที่บริษัทก็พอ ขอบใจนะ" เธอตอบผมทันที

ผมต้องประคองเธอเดินมาที่รถเพราะว่าเธอเมา จริงๆเหล้าเพียงไม่กี่แก้วคงไม่ทำให้ใครเมาได้ ยกเว้นแต่ว่าสำหรับคนไม่เคยดื่มเลย

ผมเอื้อมมือเปิดประตูให้เธอขึ้นไปนั่งบนรถ แขนก็ยังประคองตัวเธออยู่อย่างนั้น.. กลิ่นน้ำหอมโชยมา ผู้หญิงคนนี้น่าจะเป็นคนที่ดูแลรักษาตัวเองได้ดีทีเดียว เท่าที่ผมดูมาอายุขึ้นเลขสามแล้วแบบนี้ผิวพรรณยังสดใสเหมือนสาวๆ ไม่มีรอยเหี่ยว ย่นหรือแห้งกร้านแม้แต่นิดเดียวถือว่าหายาก เธอเงยหน้ามองผม

" พี่ไม่เป็นไรแล้ว ยังไหวอยู่น่า" เธอพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าผมไม่ยอมปล่อยมือที่ประคองเธอออกสักที
"ครับ ดีแล้วที่ไม่เมา.... ไม่เมา แต่ไม่เหมือนเดิมหรือเปล่าครับ" ผมแซวกลับ

.........................................................................................

ผมขับรถมาถึงหน้าบริษัทเพื่อส่งเธอตามที่เธอขอ จอดรถตรงทางเข้าโรงจอดรถ ยกหน้าฬิกาที่ข้อมือขึ้นดูสี่ทุ่มจะครึ่งแล้ว ท้องถนนไม่ค่อยมีรถ ส่วนผู้คนแทบไม่มีเลย

"ขอบใจมากนะที่พาไปเลี่้ยงข้าว อาหารอร่อยดี"

"ไม่เป็นไรครับ แลกกับการได้อยู่ใกล้ๆพี่ ผมก็มีความสุขแล้ว "

" นี่เราอยากจะคบกับพี่จริงๆเหรอ? " เธอยังถามผมอีกครั้งให้แน่ใจ

" ครับ ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุด แต่ถ้าพี่คิดว่าผมไม่ใช่ บอกผมได้นะ ผมไม่บังคับใจใครหรอก แค่ให้โอกาสผมได้พิสูจน์ก็ดีเกินพอแล้ว"

"ไม่หรอก เธอหน่ะดีพอ...แต่คนที่จะดีไม่พอคงเป็นพี่ต่างหาก" เธอพูดเสียงเศร้า น้ำตาคลอในดวงตาสวยคู่นั้น ... บรรยากาศในรถดูเศร้าลงไปทันที

ผมเองก็ไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่เธอพูดหรอก แต่หัวใจผมมันอ่อนยวบเมื่อเห็นน้ำใสใสไหลรินอาบแก้มนั้น

ผมขยับตัวเข้าใกล้เธอ เอื้อมมือไปเช็ดนำตาให้ พี่เกศจ้องหน้าผมนิ่งเหมือนกำลังพยายามจะบอกอะไรผม

แต่ผมไม่ปล่อยให้เธอได้บอกอะไรไปมากกว่านี้ นอกจากกดริมฝีปากลงไปบนปากเรียวสวยอย่างทนุถนอม ผมจูบเธอเนิ่นนาน ดูดดื่ม พยายามค้นหาสิ่งที่เธอจะบอกผมด้วยรสจูบหวานนี้ เธอเองก็มีปฏิกิริยาตอบโต้ผม ไม่ผลักไสผมดั่งเช่นเหมือนๆที่ผ่านมา พี่เกศยกมือขึ้นโอบคอผมไว้เหมือนคนที่กำลังหาที่ยึดเหนี่ยว แต่เธอยังร้องไห้ ผมไม่รู้ว่าเธอมีอะไรในใจแต่ผมสัญญาจากวันนี้เป็นต้นไป...ผมจะไม่ปล่อยให้เธอร้องไห้อีก


แสงไฟรถที่วิ่งสวนเลนมาทำให้เราทั้งคู่มีสติคืนจากภวังค์.... เธอรีบผละออกจากผม ก้มหน้าหลบตาด้วยความอาย

"พี่ต้องไปแล้ว ขับรถกลับบ้านดีดีแล้วกันนะ" เธอตัดบทแล้วเตรียมจะก้าวลงจากรถไป

"พี่เกศครับ....ผมเป็นห่วงนะ ไม่ว่าอะไรที่ทำให้พี่ร้องไห้ แต่ต่อไปผมจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีก ผมสัญญา " ผมพูดกับเธออย่างตั้งใจ

ผมรู้แล้วว่าเธอคนนี้นี่เอง ที่ทำให้ผมอยากมีความรักและคนรักที่เป็นตัวเป็นตนอีกครั้ง หลังจากที่ผมใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยไม่จริงจังมาหลายปี ผมตกหลุมรักเธอแบบถอนตัวไม่ได้ ถอยหลังไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

" ขอบใจอีกครั้งนะ สำหรับทุกอย่าง " เธอก้าวลงจากรถและส่งยิ้มบางๆให้ผมก่อนปิดประตู..

ผมเคลื่อนรถออกด้วยหัวใจพองโต....
ยังคงนึกถึงรสจูบนั้นอย่างมีความสุข ไม่ทันเห็นว่ามีรถเก๋งสีดำอีกคันเพิ่งเข้ามาจอดเทียบแทนที่รถผมตรงนั้นในเวลาห่างกันไม่กี่นาที..... ร่างบางก้าวขึ้นรถคันนั้นไป......... ผมไม่เห็น!!!!!

...............................................................................................................

เช้าวันรุ่งขึ้น...เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น ผมพยายามจะลืมตาแล้วลุกขึ้นอาบน้ำแต่เหมือนว่าใครเอาอะไรหนักๆมาทุบหัวผมก่อนนอนมันปวดจนหูอื้อไปหมด สงสัยอาการเดิมกำเริบอีกแล้ว โรคไมเกรนนั้นเป็นโรคประจำตัวผมมาตั้งแต่สมัยมัธยม เวลาที่มีอาการจะปวดหัวข้างเดียวรุนแรง ปวดจนทำอะไรแทบไม่ได้...

ผมฝืนใจหยิบโทรศัพท์กดเบอร์หาพี่แหม่มเพื่อขอลางานวันนี้ เพราะผมคงไปทำงานไม่ได้จริงๆ
พี่แหม่มเองก็อนุญาตให้ผมลาได้ แกรู้จักนิสัยผมดีว่าผมไม่ใช่คนเกเร ถึงจะไปเที่ยวเตร่ที่ไหนก็ไม่เคยเสียงาน นอกจากจะเจ็บป่วยหรือติดธุระจริงๆเท่านั้นผมถึงจะไม่ไปทำงาน....

หลังจากคุยกับพี่แหม่มเสร็จผมก็จัดการหายากินก่อนล้มตัวนอนพัก ใจยังอดคิดถึงพี่เกศไม่ได้ ..
ความจริงวันนี้ผมตั้งใจจะเดินไปหาเธอที่แผนก.....

ผมรู้สึกตัวอีกทีราวบ่ายโมง รู้สึกดีขึ้นมาก คงเพราะฤทธิ์ยาที่กินเข้าไปบวกกับการได้นอนพัก ผมเอื้อมมือหยิบโทรศัพท์มาดูเผื่อว่าใครมีธุระโทรหาผมบ้าง ผมปิดเสียงไว้ก่อนนอน ไม่อยากจะหลับๆตื่นๆ

หน้าจอโชว์ว่ามี 3 สายที่ไม่ได้รับและ 1 ข้อความ....

เจ้าเดิมโทรมา...มนทิยา...ผมไม่ได้รับแบบนี้คงหัวฟัดหัวเหวี่ยงไปแล้วกระมัง..เป็นเรื่องปกติสำหรับผม ไม่แปลกใจ

แต่ว่าข้อความนี่สิที่ทำให้ผมยิ้มได้.... ข้อความจาก " คนพิเศษ "
" เป็นยังไงบ้างไม่สบาย เมื่อเช้าเจอพี่แหม่มที่โรงอาหารบอกว่าเราไม่สบาย มาทำงานไม่ไหว หายไวไวนะ...ห่วงนะไม่หวง!! "....

ผมยิ้มปลื้มใจที่อะไรๆก็เป็นสีชมพูแล้วตอนนี้.....

ผมยกมือขึ้นพิมพ์ข้อความตอบกลับไป.....
" ครับ ดีขึ้นแล้วแต่ยังไม่หายขาด มันคงจะดีขึ้นกว่านี้ถ้าผมมีคนดูแล..และคนคนนั้นก็อยากให้เป็นพี่ ขอบคุณนะครับที่เป็นห่วง พรุ่งนี้เจอกันครับ "

เค้าบอกว่าเวลาที่เรารักใครสักคน เราจะมองสิ่งอื่นมืดบอดไปหมด เราไม่เคยมองสิ่งไหนมีค่าหรือสำคัญไปกว่าคนที่เรารัก... ทุกการกระทำที่อีกฝ่ายทำให้แม้ว่ามันจะน้อยนิดเพียงใด แต่มันกลับทำให้เราชุ่มชื้นหัวใจได้มากมายเสมอ......

นี่ก็เช่นเดียวกัน แค่ข้อความสั้นๆที่เธอส่งมาให้ผม มันทำให้ผมรู้สึกว่าอาการปวดหัวของผมหายเป็นปลิดทิ้ง มันได้ผลกว่าการกินยาแพงๆซะอีก...... ผมอยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็วๆ ผมอยากเจอเธอ.....

......................................................................................................................................................................................

รุ่งเช้าผมไปทำงานแต่เช้า...และไม่ลืมที่จะส่งข้อความไปนัดพี่เกศกินข้าวเที่ยง..และแน่นอนต้องเป้นร้านนอกบริษัท ผมขอร้องเธอไว้แบบนั้นเพราะผมยังไม่ได้จัดการเรื่องมนทิยาให้เรียบร้อย ผู้รู้สึกโล่งใจมากเมื่อพี่เกศตอบตกลง ไม่ได้ยื่นข้อเสนอเสี่ยงตายให้เข้าหูเข้าตามนทิยาด้วยการไปไหนมาไหนด้วยกันในบริษัทอีก

เช้าทั้งทั้งเช้า..ผมทำงานไปยิ้มไปจนพี่แหม่มแซว

"เฮ้ย !! อารมณ์ดีอะไรนักหนาว่ะ หยุดไปวันเดียวกลับมาทำงานนี่ยิ้มไม่หุบเลย "

"แหม่พี่..ก็แค่คนมันอารมณ์ดี..ไม่มีอะไรหรอกน่า..ที่จริงผมก็เป็นแบบนี้ของผมอยู่แล้ว "

" ไม่ใช่ว่าเพราะมีใครเค้าเป็นห่วงเหรอว่ะที่ปากบานแบบเนี่ยะ "

"ฮ่าๆๆๆๆ ธรรมดาคนมันหล่อ...." ผมตอบกลับหัวเราะร่วน

" ไอ้จิ๊บเอ้ย...แกอ่ะยังไม่รู้จักอารมณ์หึงของผู้หญิงดีพอ เมื่อวานแฟนแกมาตามหาที่แผนกแต่เช้าเลย พี่ก็เลยบอกว่าแกไม่สบายลางานวันนึง แต่สีหน้าไอ้มนมันไม่ยิ้มเลยว่ะ อย่างกับจะไปฆ่าใครเลย "
 
" อย่างนั้นเลยเหรอพี่ แล้วมนได้บอกอะไรไว้ไหม? " ผมถามชักจะเป็นกังวลกับเรื่องที่พี่แหม่มเล่าให้ฟัง

" ไม่ได้พูดอะไร แต่พี่ก็พอรู้ว่าเพราะอะไร...พี่เตือนแกแล้วนะ เมื่อวานพี่เจอเกศที่หน้าโรงอาหาร ถามว่าวันนี้น้องชายไปไหนทำไมเดินคนเดียว ทีแรกพี่ก็ยังนึกน้องชายไหนว่ะ.... พอนึกไปนึกมา อ่อเลย.... พี่หน่ะรู้จักไอ้เกศมาก่อนที่แกจะเข้ามาทำงานซะอีกนะ มันไม่เคยถามหาใคร ยิ่งถ้าเป็นทอมนะยิ่งไม่เคยเลย...นิสัยส่วนตัวมันไม่เคยสนใจใครสักนิด กินข้าวคนเดียว เดินคนเดียว คบเพื่อนก็น้อยมาก หลายๆคนเกลียดมันก็เพราะว่ามันดูหยิ่ง....... มีผู้ชายจีบไม่รู้ตั้งเท่าไหร่แต่ไม่มีใครจีบติดสักคน โดนตอกหน้าหงายมาหลายรายแล้ว แต่มาถามหาแกแบบนี้มันต้องมีอะไรระหว่างแกสองคนแน่นอน แต่พี่ก็จะไม่ถามหรอกนะ โตๆกันแล้ว ....แต่ที่พี่เตือนแกก็เพราะว่ารักเหมือนน้อง ไม่อยากให้ต้องเจ็บและเสียใจทีหลัง.."

" ทำไมเหรอครับพี่ บอกผมได้ไหม? ผมเห็นพี่พูดแบบนี้สองครั้งแล้ว ว่าไม่อยากให้ผมต้องเสียใจ "

" พี่บอกแกได้เท่านี้แหละ ที่เหลือถ้าแกเชื่อพี่ก็หยุด..แต่ถ้าแกไม่เชื่อก็หาคำตอบเอาเองแล้วกัน "

ผมไม่ค่อยสบายใจในสิ่งที่รับรู้นัก แต่ในใจก็ยังมองโลกในแง่ดีว่าสิ่งที่พี่แหม่มเตือนผมอาจจะเป็นแค่ว่ากลัวว่าผมจะถูกทิ้ง..เพราะคนสวยมักเลือกได้ และถ้าเป้นเรื่องนี้ผมค่อนข้างมั่นใจว่า ผมไม่กลัว ผมเชื่อในสัญชาตญานของตัวเองว่า..เธอจะไม่ทำแบบนั้นกับผม...เพราะถ้าหากเธอคิดจะหลอกผมเล่นๆ พี่เกศคงไม่ถามผมย้ำแล้วย้ำอีกว่าผมอยากคบกับเธอจริงๆหรือไม่.....

.....................................................................................................................................................................................................

ผมนัดพี่เกศไว้บ่ายโมงสำหรับออกไปกินข้าวเที่ยงข้างนอก .. บ่ายโมงเป็นเวลาที่ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านเพราะพนักงานส่วนใหญ่จะเลือกพักตอนเที่ยง ก็เพราะไม่อยากให้ใครเห็น ผมถึงเลือกเวลานี้ ... ผมยังไม่มีหนทางที่จะบอกกับมนเลย จะบอกอย่างไร..ว่าผมไม่อยากคบเธอต่อไปแล้ว.......

ถึงเวลานัด..ผมมายืนรอที่รถ ส่วนมากผมจะจอดตรงนี้ประจำเพราะร่มทั้งวัน..... ผมหยิบเอาบุหรี่มาจุดขึ้นสูบระหว่างรอ ครุ่นคิดถึงเรื่องที่พี่แหม่มบอกผม..ปกติแล้วผมจะไม่สูบบุหรี่ ผมไม่ได้ติดถึงขนาดต้องสูบเป็นประจำแต่จะสูบเวลาเครียดเท่านั้น

" กินที่ไหนดี " พี่เกศถามผมเมื่อมาถึง....ผมชอบเวลาเธอยิ้มมากกว่าเวลาเธอทำหน้าเฉยชาไร้ความรู้สึก

" ไปกินส้มตำกันมั้ยครับ? ผมรู้จักอยู่ร้านนึงอร่อยมาก "

" ไปสิ ที่ไหนก็ได้ หิวแล้วเนี่ยะ..นัดซะบ่ายเลยทรมานคนแก่ให้อดข้าวรอ... เดี๋ยวจะสั่งให้กระเป๋าฉีกเลย คอยดู "

ผมขำ..ไม่คิดว่าเธอจะมีมุมตลกแบบนี้ .........แต่ยังไม่ทันได้ก้าวขึ้นรถ...

" แอบกินข้างในกลัวคนจะเห็น..เลยต้องแอบพากันไปกินข้างนอกเลยรึไง !!!! " มนทิยาเดินออกมาจากข้างรถอีกคัน เธอคงแอบดูผมอยู่นานแล้ว แต่ทำไมผมไม่เห็นเธอนะ....

"จิ๊บ มนไม่คิดเลยว่าจะทำกับมนแบบนี้ได้....โกหกมน ไหนบอกว่าไม่มีอะไรไงร่ะแต่นีีมันอะไร บอกมาสิ!!!!  มนว่าแล้วว่าจิ๊บต้องมีอะไรปิดบังมน หลังๆมานี่จิ๊บเปลี่ยนไป รู้ตัวหรือเปล่า ? "  มนทิยาเปิดฉากตะโกนใส่หน้าผม น้ำตาไหลอาบแก้ม เธอร้องไห้เพราะความเสียใจที่ผมโกหกเธอ ผมได้แต่ยืนอึ้ง..... พี่เกศยืนนิ่งแต่เธอไม่ตกใจเลยแต่น้อย......เธอดูเฉยมาก

" เออ...อ.. มน..ฟังก่อนนะ.. " ผมเอ่ย

" ฟังอะไร? มีอะไรอีกมั้ยที่ยังไม่บอก บอกมาเลยทีเดียว...มนเสียใจรู้ไหม..ที่จิ๊บมองว่ามนโง่ แต่ที่เสียใจมากกว่านั้น คือจิ๊บเลือกที่จะทิ้งมนแล้วไปคบกับคนที่มีผัวแล้วแบบนี้!!!.....  เธอเองก็เหมือนกันมีสามีแล้วยังไม่พอ ทำไมชอบแย่งของคนอื่น น่าไม่อาย.."

คำพูดของมน..เหมือนฟ้าผ่าลงบนหัวผม...." มีผัวแล้วว "..... ผมมองหน้าพี่เกศหาคำตองว่ามนทิยาพูดจริงหรือไม่...

พี่เกศเงียบ ไม่พุด ไม่แสดงอาการ.....พูดเพียงสั้นๆว่า...

" ตกลงจะไปหรือเปล่า หิว..ถ้าไม่ไปจะได้ไปหากินเอง....ตอบมาคำเดียว "

ทำไมทุกคำพูดของเธอมีอิทธิพลกับผมมากขนาดนี้ ข้างหน้าผมตอนนี้กำลังมีผู้หญิงสองคนยืนอยู่..
 อีกคนกำลังร้องไห้ฟูมฟายเพราะผมเป็นต้นเหตุ ส่วนอีกคนนิ่งเงียบ ไม่พูดอะไร แค่เอ่ยถามผมว่าจะไปได้หรือยัง....

หัวใจผมสั่งให้ทำตามที่รู้สึก แม้ว่ามันโหดร้ายและดูเลวในสายตาของอีกคนก็ตาม ผมห้ามใจตัวเองไม่ได้..ผมมีคำถามที่ต้องถามพี่เกศให้รู้เรื่องในวันนี้และเดี๋ยวนี้ ดังนั้นผมต้องไปกับเธอ

" มน ผมขอโทษ.. ผมเสียใจ แต่ผมต้องไปแล้ว ผมต้องไปจริงๆ "

" นี่แสดงว่าจะเลิกกับมนแล้วไปคบกับมันจริงๆใช่มั้ย ไม่นะ..จิ๊บ..อย่าทำแบบนี้.." มนร้องไห้โฮ เอามือมาจับมือผมไว้แน่น

ผมกลั้นใจแกะมือเธอออกเบาๆ ผมไม่กล้าสบตาเธอ เกิดความรู้สึกผิดในใจมากมาย มันจุกที่คอไม่มีคำพูดใดๆ ผมสับสนแต่สิ่งที่เรียกร้องอยู่ภายในใจมันมากกว่าอะไรทั้งสิ้น ... เอื้อมมือเปิดประตูรถ พี่เกศขึ้นไปนั่ง ผมตามไป สตาร์ทและเตรียมออกรถ...... เงยหน้ามองกระจกหลัง มนยังยืนร้องไห้อยู่ตรงนั้น...ผมเบือนหน้าหนี ไม่อยากเห็นความเลวร้ายที่ผมก่อไว้ บาดแผลที่ผมสร้างให้ผู้หญิงคนหนึ่งเพื่อเลือกที่จะมารักผู้หญิงอีกคนที่ผมไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับเธอเลย นอกจากความรู้สึกที่ผมรู้แน่ว่า...ผมรักเธอ....

.........................................................................

ระหว่างทานอาหาร ผมกับพี่เกศไม่ได้พูดอะไรกันเลยสักคำ ผมมีคำถามมากมายที่อยากถามแต่ผมอยากให้เธอพูดเอง แต่เธอก็เงียบ.. บรรยากาศมื้อเที่ยงนั้นเต็มไปด้วยความอึดอัด...ผมรู้ดีว่าหลังจากที่ผมปล่อยมือมนทิยาในวันนี้แล้ว..ชีวิตผมจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แต่จะดีขึ้นหรือแย่ลง..ผมก็ยังไม่รู้เหมือนกัน....

ในที่สุดความอดทนผมก็หมดลง...

" พี่เกศครับ...สิ่งที่มนทิยาพูดจริงหรือเปล่า?" ผมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม.. เธอเงยหน้าละสายตาจากอาหารที่อยู่ตรงหน้าเอามือทั้งสองมากุมกันไว้ด้านหน้าเหมือนกับความกำลังรวบรวมความคิดที่จะตอบคำถามผม

" เชื่อเขาหรือเปล่าล่ะ? " เธอย้อนถามผม จ้องตาผมนิ่ง

" ผมถามเพราะอยากได้คำตอบที่แท้จริง ไม่ใช่ให้พี่ย้อนถามผมแบบนี้ "

เธอถอนหายใจยาว.....

" ฟังนะ... ถ้าพี่บอกว่าไม่จริง เธอจะเชื่อในสิ่งที่พี่พูดหรือเปล่า? แล้วถ้าในทางตรงข้ามกัน ถ้าพี่บอกว่าจริงเธอจะเลิกคบกับพี่ตอนนี้เลยไหม?.... ไม่มีอะไรในโลกนี้ให้คำตอบเราได้ดีกว่าการที่เราได้พิสูจน์มันด้วยตัวเราเองหรอกนะ แต่ถ้าวันนี้จะเลิกคุยกับพี่ พี่ก็จะไม่ว่าอะไร สำหรับเรามันแค่เริ่มต้น .. เธอเลือกเอาว่าจะเอาแบบไหน พี่ไม่มีคำตอบที่มากไปกว่านี้ให้เธอหรอกนะ มีเท่านี้ที่จะพูด ถ้าอิ่มแล้วก็กลับกันเถอะ ปวดหัว.."

พี่เกศตอบผมมาแบบนี้... ผมไม่ได้คำตอบที่อยากรู้ ได้แต่เรื่องที่ต้องคิดจากคำพูดของเธอ... ผมต้องเลือกว่าจะหยุดหรือจะไปต่อ..
นี่สินะสิ่งที่พี่แหม่มเตือนผมมาตลอด หรือว่าเรื่องนั้นมันจริง !!

เรากลับมาทำงานต่อโดยไม่ได้พุดอะไรกันอีกเลยหลังจากนั้น....

..........................................................................................................................................................................

หลังจากนั้นหลายวัน ผมไม่เคยโทรหาพี่เกศหรือไปเจอเธออีกเลย เธอก็ไม่เคยโทรมาเช่นกัน...
ผมเฝ้าแต่ถามตัวเองว่า เรื่องที่มนพูดมันจริงหรือไม่... มันทรมานที่ต้องทนคิดถึงคนที่เรา ต้องฝืนความรู้สึกเอาไว้ ถ้าเธอมีสามีอยู่แล้ว แล้วทำไมเธอถึงมาคบผม  เธอมีเหตุผลอะไรที่ทำแบบนั้น?...

" เฮ้ย จิ๊บ ทำไรอยุ่ว่ะ? " เสียงกวนๆคุ้นหูดังขึ้น ไอ้เบิร์ดนั่นเอง

" ทำงานดิ่มึง ว่าไง อุตส่าห์เดินมาหากูถึงนี่ " ผมถามมัน

" วันส่งออก บริษัทปิดสามวัน กูจะมาชวนมึงไปเที่ยวบางแสนด้วยกัน ไปป่าว? กูกับหนิงว่าจะไปฮันนีมูนโว้ย..แต่ไปสองคนไม่สนุกเลยมาชวนมึงไปด้วยกัน ไปนะโว้ย.."

" อ้าว..มึงไปกันเป็นคู่ๆ แล้วจะให้กูไปเป็นก้างทำไมว่ะนั่น ไปเถอะ "  ตอนนี้ผมไม่มีอารมณ์อยากจะไปไหนทั้งนั้น

" ไอ้ห่า !! สาวมึงก็มีเยอะแยะก็เลือกเอาสักคนสิว่ะ .. กูจองบ้านเป็นหลังสองห้องนอนก้ได้ มึงจะได้ไม่ขัดจังหวะกูได้ยังไงร่ะ " มันตอบผมกวนสุดๆ

" เออๆ เดี๋ยวกูดูก่อน แต่ไม่รับปากนะเว้ย " ผมพูดตัดบท ... แต่แล้วผมก็นึกบางอย่างได้ โอกาสดีของผมมาถึงแล้ว โอกาสที่ผมจะพิสูจน์อะไรบางอย่าง

" เฮ้ย !! มึงไปสามวันใช่ป่าวว่ะ เอารถอะไรไป? " ทีนี้ผมทำท่าสนใจกับคำชวนของมันขึ้นมาเชียว

"ก็กะจะไปสักสองวัน นอนค้างสักคืน ส่วนอีกวันมานอนสวีทที่บ้าน ฮ่าๆๆๆ ....เอารถหนิงไปคันเดียวก็พอแล้ว ตกลงมึงไปใช่มั้ยเนี่ย? กูจะได้จองห้อง"

"เออๆกูไป" ผมตอบ ในใจกำลังนึกแผนการบางอย่างไว้....

พอไอ้เบิร์ดจากไป..ผมหยิบโทรศัพท์มาพิมพ์ข้อความ....หาเธอ เกศรินทร์...

" ไม่รู้ว่าข้อความนี้พี่จะเปิดอ่านมันหรือเปล่า แต่ถ้าพี่อ่านผมอยากจะขออะไรสักอย่างจากพี่... วันส่งออกนี้ผมจะไปเที่ยวบางแสนกับเพื่อนอีกสองคน ไปสามวัน สองคืน  ผมขอให้พี่ไปกับผม เรื่องอะไรที่เรายังข้องใจซึ่งกันและกัน ผมจะพูดกับพี่ในวันนั้นให้หมด จะไม่ติดค้างอะไรอีกต่อไป ผมจะรอนะ...แปดโมงเช้าผมจะออกเดินทาง.. ไปกับผมนะ"

ผมพิมพ์ข้อความนี้หาเธอ ในใจรู้ดีว่าผมอาจจะต้องผิดหวัง เธออาจจะไม่ไป ซึ่งนั่นก็เป็นคำตอบที่ชัดเจนดีอยู่แล้วว่า...
ถ้าพี่เกศมีคนที่บ้านจริงอย่างที่มนพูด เวลาสามวันที่ต้องไปเที่ยวต่างจังหวัดกับคนอื่นแบบนั้นเธอย่อมทำไม่ได้แน่นอน....

แต่ถ้าเธอมา....แสดงว่าเธอไม่มีใคร เธอถึงไปกับผมได้..... คราวนี้แหละผมจะได้รู้สักที จะได้เลิกทรมานใจสักที.....

................................................................................................................................................................................................

เช้าวันส่งออก ใจผมกระวนกระวายเป็นอย่างมาก..เธอจะมาหรือเปล่า?

ผมเก็บเสื้อผ้าเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อคืน ตั้งใจไว้ว่าถ้าเธอไม่มาผมก็จะไม่ชวนใครไป ผมจะใช้เวลานี้พักผ่อนสมองที่เหนื่อยหนัก...
แต่หากเธอมา...ผมก็จะใช้โอกาสนี้บอกรักให้เธอรู้....ให้ได้รู้ว่าผมคิดยังไงกับเธอ

07.45 น.
เบิร์ดกับพี่หนิงมาถึงที่นัดหมายแล้ว...ผมเรียกแฟนเพื่อนว่าพี่เพราะให้เกียรติหล่อน พี่หนิงเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ใส่แว่น ผิวค่อนไปทางคล้ำแต่ก็ดูมีเสน่ห์ในแบบของเธอ  คู่รักหยอกล้อกันไปมาตามประสาคนที่เพิ่งคบกันใหม่ๆ ผมเห็นแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ ผมจะมีโอกาสทำแบบนี้กับคนที่ผมรักบ้างหรือเปล่านะ?......ผมถามตัวเอง

มองนาฬิกาแปดโมงแล้ว..ยังไร้วี่แววคนที่ผมรอ...

" เฮ้ย ตกลงมึงชวนใครไปว่ะ นี่แปดโมงแล้วนะ เด็กมึงไม่เห็นมาสักที เดี๋ยวรถติดนะโว้ยย.. " มันเตือนผม

" อืมๆ กูไม่ได้ชวนใครหรอก ไปคนเดียวนี่แหละ ไปกันเถอะ " ผมตอบเพื่อนด้วยใจที่สิ้นหวัง เธอไม่มา..นั่นหมายความว่า เธอมีใครที่บ้านทำให้เธอปลีกตัวมาเที่ยวกับผมไม่ได้.....นี่ผมรักคนที่มีครอบครัวแล้วใช่มั้ย มันเจ็บลึก ความรู้สึกเคว้างคว้าง ทำไมนะ..ผมถึงไม่ตระหนักตั้งแต่แรกว่าผู้หญิงที่สวยแบบนี้ คงไม่มีทางจะครองความโสดมาถึงผมได้แน่นอน ผมมันบ้าจริงๆ ..ผมพยายามเก็บอาการเสียใจไม่ให้เพื่อนเห็น ผมอาย...

ตื้ดดด...ตื้ดดดดดดด โทรศัพท์ผมสั่น... เป็นเบอร์ของเธอ..คนที่กำลังทำร้ายจิตใจผมอยู่ตอนนี้
ผมกดตัดสาย ไม่อยากรับรู้ ไม่อยากฟังคำแก้ตัว ทุกอย่างมันจบลงแล้ว.....

เธอยังส่งข้อความเข้ามา..ทีแรกผมจะไม่เปิดดู แต่ก็อยากรู้ว่าเธอจะบอกอะไรผม..
" รออีกสิบนาทีนะ กำลังไป!!! " สีหน้าผมเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที.....

"เฮ้ยเบิร์ด รออีกสักสิบนาทีว่ะ เดี๋ยวสาวกูมากูเปลี่ยนใจแล้ว...รอแปป"

"อะไรของมึงว่ะ !! เออๆ" มันงงกับผม...

ยังไม่ทันถึงสิบนาที..ผมก็เห็นพี่เกศเดินถือกระเป๋าเสื้อผ้าเดินตรงมาทางผม ... ยามที่เธอใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์แบบนี้ดูแปลกตาไปอีกแบบ

" รอนานมั้ย รีบสุดๆแล้วเนี่ย " ผมพูดไม่ออก .... รู้แต่ว่าผมดีใจมาก..เป็นอันว่าข้อพิสูจน์ของผมได้สิ้นสุดลงแล้ว....

..................................................................................................................................................................................

ระหว่างทางจากอยุธยาไปบางแสน พี่หนิงกับเบิร์ด นั่งหยอกล้ออารมณ์ดีไปด้วยกันตลอดทาง แถมยังหอมแก้มโชว์เราทั้งคู่อีกต่างหาก
ส่วนผมนะหรือ....มือยังไม่ได้จับเลย จะมีบ้างเป็นบางครั้งที่ไอ้เบิร์ดมันเบรครถกระทันหัน พี่เกศจึงจะเผลอเอามือมาคว้าไหล่ผมไว้เพราะกลัวว่าจะกระแทกกับเบาะเข้า.......
ทุกครั้งที่แวะพักรถที่ปั๊ม เธอดูแลผมอย่างดีราวกับคนรัก ถามตลอดว่า จะดื่มอะไรมั้ย เอาอะไรมั้ย?...
ผมรู้สึกดีกับเธอมากขึ้นทุกนาทีที่ได้อยู่ใกล้ ณ. เวลานี้ ผู้หญิงที่ผมไขว่ขว้าเพื่อให้ได้มาตลอดเวลาหลายเดือนนั้นนั่งอยู่ข้างๆผม มันเหมือนฝัน... ฝันที่ผมไม่อยากตื่น......

ผมแอบสังเกตุได้ว่าพี่หนิงมักจะมองพี่เกศด้วยสายตาแปลกๆเหมือนไม่ชอบหน้าเท่าไหร่ หรือผมจะคิดมากไปเอง ผู้หญิงเค้าอาจจะมองกันแบบนี้ก็ได้... ที่จริงพี่เกศเป็นลูกน้องของพี่หนิงแต่ไม่ยักเห็นจะคุยกันเรื่องงานเลย พูดกันพอเป็นมารยาทเท่านั้น..แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวก็ทำความคุ้นเคยกันเองแหละ..ผมคิด

เรามาถึงบางแสนกันประมาณบ่ายๆ เข้าเช็คอินที่รีสอร์ทที่จองไว้...

เป็นอย่างที่ไอ้เบิร์ดบอกผมไว้จริงๆ รีสอร์ทหลังขนาดกลาง สองห้องนอน มีมุมรับแขกกั้นตรงกลางระหว่างสองห้องนอนเพื่อความเป็นส่วนตัว ระเบียงหน้าบ้านเป็นมุมรับลมหันหน้าออกทะเล มีเตียงผ้าใบสี่ตัวและโต๊ะวางอาหารเตี้ยๆจัดไว้ให้สำหรับทานอาหารหรือนั่งเล่นชมวิว...
ผมชอบบ้านแบบนี้มันทำให้บรรยากาศดูโรแมนติกมากขึ้นไปอีก..เหมาะสำหรับมากับแฟนหรือครอบครัวมากเลยหล่ะ

" เฮ้ย เพลียว่ะ เดี๋ยวแยกห้องไปพักก่อน แล้วเย็นๆค่อยออกไปหาไรกินกัน " ไอ้เบิร์ดบอกผมหลังจากขนของเข้าห้องพักเรียบร้อย

" อ่อ จิ๊บ หนิงลืมบอกไปว่า ห้องจิ๊บอ่ะ มันเป็นเตียงเล็กสองเตียงนะ ห้องใหญ่กว่าของหนิง ของหนิงเตียงเดี่ยวห้องเล็ก หนิงเสียสละให้ห้องใหญ่แต่ดันเตียงชนเอาเองนะจ๊ะ แม่บ้านบอกว่าดันชนกันได้ " พี่หนิงพูดเสียงใส หัวเราะร่า...

" ไม่เป็นไรครับ..." ผมตอบพี่หนิงเหลือบมองพี่เกศ เธอไม่พูดอะไร เธอคงชื้นใจว่าไม่ต้องนอนเตียงเดียวกับผม....

เดินเข้ามาในห้องพัก มีเตียงเล็กๆสองเตียง ผ้าปูที่นอนถูกปูไว้เรียบ สีขาวสะอาดตา.... มีมุมโต๊ะเครื่องแป้งที่ทำจากไม้ มีโคมไฟน้ำหอมอโรม่าวางอยู่บนนั้นยิ่งเสริมความดูดีไปอีก... พี่เกศล้มตัวนอนลงบนเตียงข้างหน้าต่างหันหลังให้ผม....

" อาบน้ำไหมครับ ผมจะเดินไปเอาผ้าเช็ดตัวให้ "

" หือออ... ยังอ่ะ เพลีย ง่วง ขอนอนก่อนสักพัก " เธอตอบผมทั้งๆที่ยังหันหลัง มือก็กดโทรศัพท์เล่นไปพลางๆ

" งั้นผมอาบน้ำก่อนนะครับ พี่อยากได้อะไรถ้าหาไม่เจอก็บอกผมได้ นอนหลับพักก่อนแล้วกัน " ผมพูดจบก็ลุกออกไป

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ผมเดินเข้ามาในห้องเห็นพี่เกศนอนหลับอยู่บนเตียง ผมแอบมองหน้าเธอเนิ่นนาน เธอเป็นผู้หญิงที่มีดวงตาคมและเธอก็รู้จักใช้มันเป็นเครื่องมือสะกดใจผมแทบทุกครั้งที่จ้องตา เวลาหลับแบบนี้มันเหมือนว่าเราสองคนใกล้กันมาก ไม่มีอะไรที่ผมต้องปิดบังความรู้สึกที่อยากแสดงออกให้ผู้หญิงคนนี้รับรู้ ผมขยับไปนั่งบนเตียงที่พี่เกศนอน เธอสวย......และเป็นผู้หญิงที่ผมอยากจะอยู่ด้วย..ผมรู้สึกว่าผมรักเธอง่ายไป แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วจริงๆ  ผมนอนลงข้างๆเธอเบาๆ เตียงเล็กๆแค่นี้ทำให้ผมต้องขยับให้เข้าใกล้เธออีกเพื่อไม่ให้ตก พี่เกศไม่รู้สึกตัวเลย คงเพลีย ... ผมถือโอกาสนี้กอดเธอจากด้านหลังเบาๆและหลับไปด้วยความเพลียเช่นกัน
....................................................................................

เสียงเคาะประตูปลุกผมตื่นขึ้น ไอ้เบิร์ดน่าจะมาเรียกออกไปหาอะไรกินเพราะเย็นแล้ว

ผมงัวเงียค่อยๆลืมตาขึ้น พบว่าดวงตาคู่สวยนั้นกำลังกะพริบตาถี่ๆมองผมอยู่ตรงหน้าในระยะห่างจาหน้าผมไม่ถึงคืบ
ผมตกใจรีบผละออก...

" ขอโทษครับ ผมเผลอหลับ" ผมพูดตะกุกตะกัก กลัวว่าเธอจะโกรธที่ผมถือวิสาสะกอดเธอแบบนี้
พี่เกศหน้าแดง แต่เป็นเพราะความเขินอาย ไม่ใช่เพราะโกรธ...เธอไม่พูดอะไรแค่บอกว่าเพื่อนมาเรียกแล้ว ไปเถอะ....
ผมลุกขึ้นจากเตียงเตรียมจะไปเปิดประตู
" หืออออ .. เดี๋ยว.. มาดึงหน่อย ลุกไม่ไหว ปวดไปหมดทั้งตัวเลยนั่งรถนาน "
ผมเอื้อมมือไปดึงเธอลุกขึ้นจากเตียงและจัดแจงหาผ้าเช็ดตัวให้เธออาบน้ำเพื่อเตรียมไปหาอะไรกินข้างนอกกัน

..............................................................................................................................................................................................

ผมไม่คิดว่าชายหาดบางแสนตอนกลางคืนแบบนี้จะโรแมนติกมากกว่าที่ผมจินตนาการไว้ มีคู่รักหลายคู่พอกันเดินจูงมือเลียบไปตามชายหาด บ้างก็นั่งหยอกล้อกันตามชายหาดดูแล้วมีความสุขเกินบรรยาย

ผมสี่คนเลือกร้านริมหาดที่มีเตียงผ้าใบตั้งไว้รับประทานอาหารได้ สั่งอาหารมาหลายอย่างรวมทั้งเหล้าและเครื่องดื่มเบาๆสำหรับสาวๆทั้ง 2 คนด้วย

" รู้จักกันได้ยังไงอ่ะ? " พี่หนิงเอ่ยถามผมกับพี่เกศหลังจากที่ดื่มกันไปได้สักพักแล้ว....

ผมไม่รู้จะบอกกับเพื่อนยังไงเพราะเรื่องราวที่เกิดขึ้นมันเร็วมาก ผมเองก็แทบจับต้นชนปลายไม่ถูกเหมือนกัน

" ไม่บอกอ่ะ เป็นความลับ ฮ่าๆๆ " ผมตอบไปแบบนี้เพราะไม่รู้จะบอกเพื่อนยังไงจริงๆ
เรานั่งคุยกันอย่างออกรสชาติ พี่เกศและพี่หนิงก็ดูเข้ากันได้ดีมากขึ้น เริ่มคุยกันตามประสาผู้หญิงบ้างแล้ว ผมกับไอ้เบิร์ดเริ่มรู้สึกมึนๆเพราะดวลกันไปหลายแก้วโดยต่างก็มีสาวๆนั่งเชียร์อยู่

" อยากไปเข้าห้องน้ำอ่ะ จิ๊บ " พี่เกศเอ่ยขึ้น
" ให้ผมไปเป็นเพื่อนมั้ยครับ? " ผมถามด้วยความเป็นห่วงเพราะมาต่างถื่น
" อืม ไปสิ ตรงไหนร่ะ "
"เดี๋ยวลองไปเดินหาที่ร้านค้าฝั่งโน้นแล้วกัน เดี๋ยวมานะเบิร์ด "

ผมบอกเพื่อนแล้วพาพี่เกศไปเดินหาห้องน้ำเข้า ระหว่างข้ามถนนผมจับมือเธอและเธอก็ไม่รังเกียจเลยแม้แต่น้อย ผมกลับรู้สึกว่าเธอจับมือผมแน่นมากกว่าซะอีก
เราสองคนเดินหาห้องน้ำอยู่นานก็ยังไม่ได้เพราะว่าคนเยอะและค่อนข้างสกปรกมาก ห้องน้ำสาธารณะก็แบบนี้แหละ

" กลับไปเข้าที่รีสอร์ตเถอะ เดินไหวมั้ยครับ ไม่ไกลหรอก สะอาดด้วย "
" ไม่มีทางเลือกแล้วนิ่ ไปก็ไป " พี่เกศตอบผม
ระหว่างเดินกลับไปรีสอร์ตผมสังเกตุได้ว่าพี่เกศคงจะเมาแต่พยายามควบคุมตัวเองไม่ให้ผมรู้ เธอเดินเซหลายครั้งจนผมต้องประคองไว้ พอมาถึงที่พัก ผมได้ยินเสียงเธออาเจียนอยู่นานเลย  สงสัยจะไม่ไหวจริงๆ

" ไหวมั้ยครับพี่ ? เป็นอะไรหรือเปล่า? " ผมพูดพร้อมกับส่งผ้าเช็ดหน้าให้เธอ หน้าพี่เกศซีดเซียวคงเป็นเพราะเพิ่งอาเจียนไปแน่ๆ
" เมาอ่ะ.. ไม่ได้กินเหล้านานแล้ว แต่ยังไหวนะ " ยังจะมาทำเก่งอีก ฟอร์มเยอะจริงๆผู้หญิงคนนี้
" งั้นเดี๋ยวไปนั่งพักในห้องก่อนนะครับ เดี๋ยวค่อยออกไปใหม่ก็ได้ "

ผมพาเธอมานั่งพักในห้อง เอาผ้าเช็ดชุบน้ำหน้าให้ ผมมองหน้าเธอยามนี้ เธอคือผู้หญิงที่ผมรัก อยากจะบอกความในใจ อยากอยู่ใกล้และฝันของผมก็เป็นจริงตรงนี้แล้ว ผมคงโง่มากถ้าจะปล่อยให้เธอหลุดลอยไป....

ผมโน้มตัวไปใกล้เธอ ประกบปากบดขยี้ลงบนริมฝีปากบางนั้นอย่างเร่าร้อนเพราะความโหยหาในสิ่งที่ผมเฝ้ารอมานานบวกกับฤทธิ์เหล้าที่ดื่มเข้าไป เธอเองก็เช่นกัน เธอเผยอปากรับรสจูบของผมอย่างเต็มใจ

ไม่มีอะไรที่จะมาหยุดผมได้อีกแล้วตอนนี้ มือทั้งสองข้างเริ่มควานหากระดุมเสื้อและปลดมันให้พ้นทาง ตามด้วยกางเกงขาสั้นสีขาวตัวนั้น....  ผมถอดอาภรณืทุกชิ้นที่ปกปิดร่างกายขาวนวลออกจนหมด จ้องมองทุกสัดส่วนและสัมผัสมันด้วยความรักใคร่ ทุกสัมผัสผมรับรู้ได้ว่าเธอมีค่ากับผมยิ่งนัก นิ้วมือทั้งสองข้างบรรจงลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้า ส่วนริมฝีปากก็พรมจูบเลื่อนต่ำลงไปเรื่อยๆ สำรวจความหอมหวานทุกอณูในร่างกาย พี่เกศตัวสั่นเทาแต่ไม่มีอาการรังเกียจแต่อย่างใด เธอครางกระเส่า บิดสะโพกหนีลิ้นอ่อนนุ่มที่ควานหาตักตวงรสรักของผม จนเผลอครางเรียกชื่อผมออกมาในตอนสุดท้าย

" จ....จิ๊บ.....พี่เสียว......พอเถอะ "

ความหอมหวานที่ผมได้ตักตวงจากเธอมันคุ้มค่ากับสิ่งที่ผมเสียไป.. ทุกอย่างกำลังดำเนินไปอย่างที่มันควรจะเป็น
 หลังจากพายุรักผ่านไปแล้ว .. ผมนอนกอดพี่เกตุอยู่บนเตียง ยังคงเฝ้าจูบเธออยู่อย่างนั้นราวกลับกลัวว่าเธอจะหนีผมไป เธอนอนซบอยู่ที่อกผมปล่อยให้ผมทำอะไรตามใจต้องการโดยไม่ขัด

" พี่รู้มั้ยว่าคืนนี้ผมมีความสุขมาก " ผมเอ่ยถามเพราะรู้สึกแบบนั้นจริงๆ...
" หือ.. อย่ามาพูดใหคนแก่หลงเลย พี่จะสู้สาวๆที่เธอเคยเจอได้ยังไง " เธอย้อนผม

"ผมไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น แต่ผมมีความสุขที่ได้อยู่ใกล้พี่แบบนี้ ผมไม่เคยคิดว่าจะได้กอดพี่เลยรู้ไหม.... พี่เกศครับ ผมรักพี่ ให้ผมดูแลพี่จากนี้ไปนะ ผมสัญญาผมจะเป็นเด็กดีของพี่ คนเดียวตลอดไป ผมสัญญา"
ผมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังมุ่งมั่น ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ผมรักเธอ....ผมอยากจะคบเธอเป็นแฟน ไม่กล้วว่าจะต้องเสียใจ ลืมคำเตือนที่ใครต่อใครต่อใครบอกจนหมดสิ้น รู้เพียงแต่ว่าจะไม่มีวันยอมปล่อยให้พี่เกศไปไหนแค่นั้น

พี่เกศนอนจ้องหน้าผมนิ่ง น้ำตาไหลรินอาบแก้มขาวและเอ่ยขึ้นมาว่า
" จำไว้นะ ไม่ว่่าจากนี้ไปจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ขอให้จิ๊บรู้ว่ามันเกิดขึ้นด้วยความเต็มใจ ที่เรามีอะไรกันพี่ไม่ได้พลั้งเผลอแต่เพราะว่าพี่ก็รู้สึกดีต่อเราเหมือนกัน พี่ไม่ใช่คนดีอย่างที่ใครเข้าใจ ปิดตัวเองไม่สุงสิงกับใครมานาน แต่ในเมื่อเรามั่นใจว่าจะคบกับพี่ได้ พี่จะเปิดใจ แต่เมื่อเลือกที่จะคบพี่แล้วจะต้องไม่มีใคร นี่คือข้อตกลงระหว่างเรา "

ผมยิ้มรับด้วยความดีใจ ไม่มีอะไรที่ผมทำเพื่อเธอไม่ได้.....เพื่อเธอ ผมยอมได้ทุกอย่างแล้วตอนนี้



ติดตามตอนต่อไปนะครับ ดูกันต่อไปว่าใครคือมือที่สามกันแน่ ?



















  มีการแก้ไขเมื่อ : -
ถูกใจ มีคนถูกใจ 1 คน 5870

ความคิดเห็นที่ 1
โพสต์เมื่อ : 13 ก.ย. 57 17:30:48

" ไหวมั้ยครับพี่ ? เป็นอะไรหรือเปล่า? " ผมพูดพร้อมกับส่งผ้าเช็ดหน้าให้เธอ หน้าพี่เกศซีดเซียวคงเป็นเพราะเพิ่งอาเจียนไปแน่ๆ

gclub บาคาร่า กติกาบาคาร่า

ถูกใจ มีคนถูกใจ 0 คน

ความคิดเห็นที่ 2
โพสต์เมื่อ : 23 ก.ย. 57 19:01:17

รอๆๆๆๆ ใครจะเป็นมือที่สาม >///<

ถูกใจ มีคนถูกใจ 0 คน

ความคิดเห็นที่ 3
โพสต์เมื่อ : 30 ก.ย. 57 22:38:16

 

ตื่นเต้นนน

ถูกใจ มีคนถูกใจ 0 คน

ความคิดเห็นที่ 4
โพสต์เมื่อ : 23 ธ.ค. 57 21:24:26

เพิ่งมีเวลาว่างหลังจากเพิ่งได้งานประจำ วันนี้จะเริ่มเขียนตอนที่ 4 แล้วครับ

ถูกใจ มีคนถูกใจ 0 คน

อีเมล์ :
รหัสผ่าน :
ลืมรหัสผ่าน ?
เข้าระบบ


หรือ สมัครสมาชิก คลิกที่นี่


กลับ
ด้านบน