เรียน ท่านสมาชิก Narak.com,
เพื่อเป็นการปรับปรุงการให้บริการให้สอดคล้องกับความต้องการของท่านสมาชิกในยุคนี้ให้มากยิ่งขึ้น บริการ My.narak.com ในรูปแบบเดิมนี้ จะขอยุติการให้บริการรับข้อมูลเพิ่มเติมตั้งแต่ในวันที่ 1 มีนาคม 2559 และเราจะแจ้งความคืบหน้าในการให้บริการใหม่ให้ท่านทราบต่อไปทางอีเมล์



กติกาการตั้งและตอบกระทู้
แจ้งปัญหาเกี่ยวกับการใช้งาน

แนบลิงก์ :

ร้องเรียนกระทู้ไม่เหมาะสม ?

แนบลิงก์ :

ร้องเรียนความคิดเห็นไม่เหมาะสม
หน้าแรกเว็บบอร์ด วาไรตี้ ท่องเที่ยว
ตอบกระทู้ ตั้งกระทู้
            คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี สัมปทานนี้กลับถูกเป็นผิด
อ่าน 1693 ครั้ง    |     ตอบ 0 ครั้ง
ผู้ตั้งกระทู้
โพสต์เมื่อ : 18 ส.ค. 61 20:51:03

หลังจากที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้จัดสัมมนา เรื่อง สัมปทานดิวตี้ฟรี ก้าวสู่สากล ในมุมมองทางธุรกิจ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ มากมายมาร่วมสัมมนา ได้มีการเสนอแนะถึงแนวทางการปฏิบัติว่าดิวตี้ของไทยจะสามารถไปในทิศทางใดได้บ้าง และมีการนำข้อมูลของดิวตี้จากประเทศต่างๆ มาใช้อ้างอิงในประเด็นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรายได้ หรือจำนวนผู้ประกอบการสัมปทานดิวตี้ฟรีในประเทศนั้นๆ อาทิ เกาหลี สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ฮ่องกง เป็นต้น ซึ่งแต่ละประเทศที่ยกตัวอย่างมาล้วนแล้วแต่เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วและเป็นประเทศท่องเที่ยวทั้งนั้น

หลังจากที่อ่านข้อมูลแล้วก็ดูเหมือนว่าคิงเพาเวอร์จะถูกตำหนิไปในทิศทางว่าผูกขาดแต่เพียงผู้เดียวในการประมูล เนื่องจากชนะการประมูลทุกครั้งตั้งแต่มีการเปิดดิวตี้ฟรีมา แต่ในคำว่าชนะการประมูลนั้นก็มีคู่แข่ง เพียงแต่ว่าคิงเพาเวอร์นั้นเป็นฝ่ายที่ชนะการประมูลมาโดยตลอด จะใช้คำว่าผูกขาดนั้นคงไม่ถูกนัก เนื่องจากอย่างที่ทราบว่าตลาดดิวตี้ฟรีนั้นมีผู้ประกอบการน้อยรายและคิงเพาเวอร์นั้นเก๋าเกมกว่า จึงไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะชนะคู่แข่ง ซึ่งการประมูลนั้นสู้กันที่ราคา คนที่ให้ราคาสูงสุดคือผู้ชนะ ในขณะเดียวกันที่ผู้คัดค้านและฟ้องร้องคิงเพาเวอร์นั้นกลับมีหุ้นในบริษัทคู่แข่งที่ร่วมประมูลสัมปทานแข่งกับคิงเพาเวอร์ แนวทางที่นักวิชาการเสนอเรื่องการแบ่งสัมปทานตามประเภทผลิตภัณฑ์หลักนั้น ซึ่งจะเพิ่มจำนวนผู้ดำเนินกิจการที่เข้าร่วมสัมปทานได้อีกทาง แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นต้องรอให้สัญญาที่คิงเพาเวอร์ถืออยู่ ณ ปัจจุบัน สิ้นสุดลงก่อน อีกทั้งสัมปทานจุดรับสินค้าหรือ Pick up counter ที่คิงเพาเวอร์นั้นประมูลได้มานั้น เป็นสัญญาที่ได้มาจากการประมูลอย่างถูกต้อง แต่อยู่มาวันหนึ่งมีบริษัทข้ามชาติเพิ่มขึ้นมาและขอแชร์จุดรับสินค้าด้วย คิงเพาเวอร์ก็มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธการขอแบ่งใช้ ซึ่งสัมปทานจุดรับสินค้านี้มีมาก่อนที่บริษัทข้ามชาติจะเข้ามาตั้งดิวตี้ฟรีซะอีก ก็น่าจะทราบเป็นอย่างดีว่าคิงเพาเวอร์นั้นถือครองสัญญาสัมปทานจุดรับสินค้าอยู่ พอไม่สามารถใช้จุดรับสินค้านี้ได้ก็เลยกลายเป็นประเด็นใหญ่โต มีหลายคนยื่นเป็นโจทย์ฟ้องร้องคิงเพาเวอร์ในประเด็นนี้ ว่ากันตามจริงคิงเพาเวอร์ก็ทำตามขั้นตอนถูกต้องหากจะมีประเด็นใดที่คิดว่ามันไม่เหมาะสมก็น่าจะแก้ที่ตัวบทกฎหมายสัมปทานใหม่มากกว่าที่จะมายกเลิกสัญญาที่เหลืออีกเพียงนิดเดียวก็จะหมดอายุ เพราะหากทำแบบนี้ก็เหมือนกับทำให้คนที่ไม่รู้ไขว้เขวสับสนว่า สัปทานทั้งหมดที่คิงเพาเวอร์ได้มานั้นได้มาแบบมิชอบ 
โดยเฉพาะมีสื่อยักษ์ใหญ่ที่มี”ฐาน”การสื่อสารแบบครบวงจร ที่มาร่วมผสมโรงด้วย ก็ไม่รู้ว่าผิดใจอะไรกับคิงเพาเวอร์รึเปล่า ถึงได้ตามจิกกัดแบบไม่ปล่อย เสนอข่าวแบบถี่ยิบเหมือนกับจะขยี้ให้ตาย
 
ตราบใดที่สัญญายังไม่หมดอายุคิงเพาเวอร์ก็สามารถใช้จุดรับสินค้านี้ได้ต่อไปตามที่สัญญาระบุ โดยเป็นไปตามสัมปทานที่ชนะการประมูลใดมาอย่างถูกต้อง หากผู้ประกอบการรายใดอย่างจะร่วมใช้ก็คงต้องรอการประมูลครั้งหน้าซึ่งจะมีขึ้นอีกในเร็ววันนี้ หากจะมีการมาฟ้องร้องศาลต่างๆ เพื่อแก้ไขสัญญาที่ได้มาอย่างถูกต้อง เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทอื่นคงไม่ต่างอะไรกับชุบมือเปิบ ถ้าเริ่มต้นแบบไม่ถูกต้องเช่นนั้น การจะดำเนินอะไรต่อไปจะหากความถูกต้องจากที่ไหน
อย่าให้คิงเพาเวอร์ต้องตกเป็นจำเลยของสังคม รัฐควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงการคลัง และกรมศุลกาการเข้ามาดูแลในเรื่องนี้ ซึ่งใดที่เห็นว่าไม่สมควรก็แก้ไขซะก่อนที่จะมีการประมูลสัมปทานครั้งต่อไป ไม่ใช่ทำแล้วก็มาฟ้องร้อง เหมือนคอยขัดขากันเอง ไม่งั้นความฝันที่ว่าประเทศเราจะเป็นประเทศพัฒนาแล้วคงอีกนาน
มีการแก้ไขเมื่อ : -
ถูกใจ มีคนถูกใจ 0 คน

อีเมล์ :
รหัสผ่าน :
ลืมรหัสผ่าน ?
เข้าระบบ


หรือ สมัครสมาชิก คลิกที่นี่


กลับ
ด้านบน