เรียน ท่านสมาชิก Narak.com,
เพื่อเป็นการปรับปรุงการให้บริการให้สอดคล้องกับความต้องการของท่านสมาชิกในยุคนี้ให้มากยิ่งขึ้น บริการ My.narak.com ในรูปแบบเดิมนี้ จะขอยุติการให้บริการรับข้อมูลเพิ่มเติมตั้งแต่ในวันที่ 1 มีนาคม 2559 และเราจะแจ้งความคืบหน้าในการให้บริการใหม่ให้ท่านทราบต่อไปทางอีเมล์



กติกาการตั้งและตอบกระทู้
แจ้งปัญหาเกี่ยวกับการใช้งาน

แนบลิงก์ :

ร้องเรียนกระทู้ไม่เหมาะสม ?

แนบลิงก์ :

ร้องเรียนความคิดเห็นไม่เหมาะสม
หน้าแรกเว็บบอร์ด นักเขียน นักอ่าน นิยาย
ตอบกระทู้ ตั้งกระทู้
            ZOMBIE OUTDISTANCE 3
อ่าน 3295 ครั้ง    |     ตอบ 0 ครั้ง
ผู้ตั้งกระทู้
โพสต์เมื่อ : 23 พ.ย. 57 20:55:33

Chapter 3 “ลุงเอียน!!” มินกับบอลตะโกนเรียกชื่อผู้ชายคนนั้นพร้อมกัน ผมที่ยืนอยู่ข้างๆได้แต่เลิกคิ้วมองเพื่อน อย่างแปลกใจ 11.35 น. ณ โกดังร้าง ... ชายร่างสูงผิวคล้ำ ไว้ผมทรงสกินเฮด อายุราวๆห้าสิบต้นๆ กำลังนั่งใช้ผ้าเช็ดอะไรสักอย่างที่อยู่ในมือของเขาอย่างทนุทนอม ส่วนชายกล้ามโตอีกคนที่พาพวกเรามาที่นี้ก่อนหน้านี้ เค้าแบกปืนไว้บนไหล่ของเขาพร้อมกับเดินตรวจตราวนไปวนมา ผมมองพวกเขาสองคนสลับกันไปมาอย่างแปลกใจ พรางวางไม้หน้าสามที่ผมถือมันมาตลอดลงข้างๆตัว ตอนนี้สิ่งที่ผมอยากรู้มากๆก็คือ พวกเขาเป็นใครกัน! ทำใมเพื่อนผมทั้งสองคนถึงได้รู้จักพวกเค้า แต่คนที่ไว้ผมทรงสกินเฮดที่บอลกับมินเรียกชื่อนั้น หน้าตาคุ้นชะมัด... .................................................................................................................. สักพักนึงแล้วที่เรามาอยู่ที่นี้ โกดังเก่าๆซึ่งไม่ไกลจากบ้านเพื่อนผมนัก “ลุงคนผอมอ่ะ เพื่อนพ่อเค้าเอง ชื่อลุงอียน บ้านแกอยู่ในหมู่บ้านเรานี้แหละ” มินเอนตัวมากระซิบข้างๆหูผม คล้ายกับจะรู้ว่าผมกำลังสงสัยและต้องการคำตอบอย่างมาก อ๋อออ ไม่น่าหล่ะ มินถึงได้รู้จัก เพราะเป็นคนรู้จักกับพ่อนี้เอง ผมคิดในใจ อ้าว! แล้วไอ้บอลหล่ะ มันรู้จักเค้าได้ยังไง? ความสังสัยในหัวทำให้ผมรีบหันหน้าไปมองหน้ามัน แต่ทันที่ผมจะได้ถาม “บอล พ่อแม่กลับมารึยังหล่ะลูก!!” ผู้ชายที่มินรู้จัก ที่บอกว่าชื่อลุงเอียน พูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มอย่างเป็นมิตร สายตายังคงมองไปยังสิ่งที่ถืออยู่ในมือ ซึ่งเท่าที่ผมมองดูดีๆแล้ว มันคือ ปืน! ปืนสั้นที่คนทั่วไปรู้จักในชื่อ CLOCK แต่จะเป็นรุ่น 17 หรือ 19 ผมก็ไม่แน่ใจ “ยังไม่มาครับ ไม่มีกำหนด” บอลตอบกลับด้วยท่าทีเฉยๆ “แล้วหนูมินละ พ่อไปทำงานแล้วหรอ?” ลุงเอียนละสายตาจากบอลหันหน้ามาถามมิน พร้อมกับส่งยิ้มหวานให้ “ค่ะลุง” มินรีบตอบคำถามนั้น พร้อมกับส่งยิ้มกลับคืนอย่างเป็นกันเอง “อ้าว.. แล้วเจ้าหนูคนนี้หล่ะ ใครกัน!?” คราวนี้แกละสายตาจากมินแล้วหันมามองที่ผมด้วยสีหน้าสงสัยนิดๆ “เป็นเพื่อนบอลค่ะ” ผมรีบตอบทันที “อืม...” มีแค่คำนี้แหละที่ออกมาจากลำคอแก แล้วแกก็หันกลับไปมองปืนในมือที่แกกำลังเช็ดอยู่อย่างทนุทนอมเหมือนเดิม “ลุงกำลังเป็นห่วงแกอยู่พอดีเลยบอล” “มันเกิดอะไรขึ้นอ่ะลุง!” บอลรีบถามแทรกขึ้นมา โดยไม่รีรอ ด้วยท่าทีที่เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ “...................” ลุงแกเงียบ ไม่ตอบอะไร “ลุงหวังรู้ไหม?” เมื่อรู้ว่าลุงเอียนไม่มีคำตอบให้ บอลรีบหันไปถามผู้ชายอีกคน ที่ยืนอยู่ข้างๆลุงเอียน แกก็ได้แต่ส่ายหน้า แทนคำตอบเหมือนกัน “จะมีใครให้คำตอบได้ไหมเนี้ยยย!!!” บอลกระแทกเสียงออกมาด้วยความหงุดหงิด ลักษณะท่าทางของมันแตกต่างจากก่อนหน้านั้นจากหน้ามือเป็นหลังตีน! ผมซึ่งเกลียดคนขี้โวยวายที่สุด คิดว่าต้องพูดอะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้เพื่อนผมมันสติแตกไปมากกว่านี้ เพราะผมเข้าใจความรู้สึกในตอนนี้ดี และคิดว่าทุกคนก็คงมีความรู้สึกเช่นเดียวกับบอลเหมือนกัน ผมเลยตัดสินใจแล้วว่าจะพูด ถึงแม้ว่าจะยังไม่แน่ใจก็ตาม.. “ซอมบี้!!” ผมพูดขึ้น ทุกคนมองมาที่ผมเป็นตาเดียวกัน จะมีก็แต่มินเท่านั้น ที่เอาแต่นั่งก้มหน้าเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ “เท่าที่ปายรู้มา เรื่องพวกนี้มันมีแค่ในเกมส์กับในหนังเท่านั้น” ผมพูดพรางก้มหน้าลง “……………………....” ทุกคนเงียบ เหมือนรอฟังผมพูดต่อ “แต่!! ในความเป็นจริง มันก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว!” เป็นเสียงมินที่พูดแทรกขึ้น คราวนี้ทุกคนหันไปมองที่มินแทน รวมทั้งผมด้วย มินเงยหน้าขึ้นและค่อยๆหันมามองที่ผม สายตาของเธอ เหมือนมีอะไรบางอย่าง และตอนนั้นเอง!! มันก็ทำให้ผมนึกถึงอะไรอย่างนึงขึ้นมาได้อย่างกระทันหัน “ฟลอริด้า!!” ผมกับมินพูดออกมาเป็นเสียงเดียวกันโดยที่ไม่ได้นัดหมาย อีกแล้ว.. “ใช่ๆ มันเคยมีเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นมาแล้ว” ผมรีบพูดออกมาพร้อมกับหันหน้าไปทางลุงๆ “มันยังไงกันหว่ะ?” เป็นบอลที่พูดขึ้น “ก็ก่อนหน้านี้นะซิ มีข่าวชายเปลือย ซึ่งถูกตำรวจไมอามีวิสามัญฆาตกรรม ขณะกำลังสวาปามใบหน้าของชายเร่รอนอีกคน!” ผมเริ่มอธิบายอย่างไม่รอช้า ลุงเอียนกับลุงคนที่ชื่อหวังต่างก็หันกลับไปมองหน้ากันด้วยความสงสัย “แล้วยังไงต่อหล่ะ!!” บอลแทรกขึ้นด้วยความใจร้อน “ใจเย็นๆดิโว๊ยย !!” ผมหันกลับไปตะคอกใส่มัน ผมเองก็ตื่นเต้นและตกใจเหมือนกัน ที่ตอนนี้สิ่งที่ผมใช้เวลาว่างๆศึกษาวิจัยมานานกำลังจะได้ถูกเผยแพร่ออกไปโดยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนหัวเราะเยาะเหมือนทุกๆครั้งที่ผ่านมา แม้กระทั่งไอ้บอลเองที่ตอนนี้มันดูตั้งใจและจิงจังกับการที่ต้องรอให้ผมอธิบายมาก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ผมโดนมันด่าบ่อยที่สุด ถ้าผมจะพูดเรื่องพวกนี้ และทันทีที่ผมจะอ้าปากอธิบายต่อ.. “ผู้ชายคนนั้นถูกตำรวจยิงตั้ง 6 นัดกว่าจะตาย..” เป็นมินที่พูดแทรกขึ้น ซึ่งก็ทำให้ผมรีบตวัดหน้าหันไปมองหน้าเธออย่างรวดเร็วด้วยรอยยิ้มแห่งความปลื้มปิติ ว่านี้แหละ “นางฟ้าของผม..” > < “หลายคนเรียกผู้ชายคนนั้นว่าเป็นซอมบี้ เพราะเค้าได้กัดกิน ใบหน้า หู แก้ม จมูก ของชายเร่ร่อนแถวนั้นแถมตอนที่ถูกยิง กระสุนนัดแรกๆ แทบไม่ทำให้เขาสะทกสะท้านเลยด้วยซ้ำและยังส่งเสียงร้องคำรามยังกับสัตว์ป่า ” มินยังคงอธิบายต่อ “แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ซอมบี้หรอก” ผมพูดขึ้น “พวกผู้เชี่ยวชาญสื่อมวลชนอเมริกัน หลายคนสันนิษฐานว่า คดีนี้ คนร้ายน่าจะใช้ยาเสพติดที่ทำให้มีอาการเพ้อคลั่งพลุ่งพล่าน” ผมพยายามอธิบายต่อโดยที่ไม่ได้สนใจว่าคนฟังจะเข้าใจมากน้อยเพียงใด “ซึ่งสารเสพติดที่ก่อให้เกิดอาการแบบนี้ขึ้นได้ เรียกกันในภาษาเราๆว่า เกลืออาบน้ำ!” “เกลืออาบน้ำ!!?” บอลถามแทรกขึ้นมา พร้อมกับเลิกคิ้วในความสงสัย “ใช่!! เกลืออาบน้ำ เป็นสารเสพติดที่มีอยู่ในจำพวก โคเคน!!” คราวนี้เป็นลุงเอียนที่พูดแทรกขึ้น พวกเราทุกคนต่างก็พากันหันไปมองลุงแกเป็นตาเดียวกันด้วยความสงสัยอีกแล้ว “แล้วไงต่อไอ้หนู!” ลุงแกไม่เล่าต่อพร้อมพยักหน้ามาทางผม สายตาแกที่จ้องมานั้นเหมือนกำลังให้ความสนใจในที่เรื่องที่ผมเล่าสุดๆ “คะ?” ผมตอบกลับแบบงงๆ “ไม่ต้องคะก็ได้ หลานลุงมันก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน ลุงเข้าใจ.. ว่าแต่อธิบายต่อเถอะ ลุงอยากรู้?” ลุงเอียนรีบบอกผม ผมไม่รอช้า รีบทำตามชายหน้าคุ้นคนนี้บอกทันที “ครับ! เกลืออาบน้ำคือแอลเอสดีชนิดใหม่ๆ โคเคน หรือ ยาเสพติดแบบผสมขึ้นจากยาเสพติดหลายๆ ชนิดมารวมกันทำให้มีอาการเพ้อคลั่งพลุ่งพล่านอย่างรุนแรง ” ผมพูดขึ้นพรางหันไปมองที่มินที่นั่งเงียบอยู่ ทุกคนไม่พูดอะไร เหมือนจะรอให้ผมอธิบายต่อ.. “แอลเอสดีมันเป็นสารเสพติดที่มีฤทธิ์หลอนประสาทรุนแรงที่สุด บางคนเรียกกระดาษเมา กระดาษมหัศจรรย์ หรือ สแตมป์มรณะ!” คราวนี้ลุงคนที่ชื่อหวังพูดขึ้น คำพูดนี้ทำเอาผมแปลกใจมากเหมือนกันว่า ทำใมอยู่ๆคุณลุงสองคนนี้ถึงได้รู้เรื่องสารเสพติดพวกนี้ด้วย แต่ด้วยความที่ผมคุ้นกับลุงๆพวกนี้นักจึงทำให้ผมไม่ได้ทักท้วงอะไร “ผลคือ ผู้ชายเร่ร่อนที่ถูกสวาปามใบหน้าเข้าไปนั้นมีอาการเป็นตายเท่ากัน ส่วนคนที่ก่อเหตุ ถูกตำรวจยิงตายด้วยกระสุนจำนวน 6 นัดในสภาพล่อนจ่อน” ผมพูดพร้อมกับเลิกคิ้วมองไปที่บอล แต่เหมือนมันจะยังไม่คลายสงสัย “แต่ตอนนี้ ชายเคราะห์ร้ายคนนั้นอาการดีขึ้นแล้ว ไม่ตายแล้ว!” มินพูดต่อจากผม ซึ่งผมก็ได้แต่พยักหน้าตาม “แล้วตกลงมันใช่ซอมบี้ที่มึงพูดรึเปล่า??” บอลถามต่อ “ไม่มีหรอก..” ผมตอบด้วยสายตาจิงจัง “เพราะกูคิดว่าซอมบี้ไม่มีในโลกและไม่มีทางเกิดขึ้นได้ในความเป็นจริง!” ผมพูดต่อ “ทำใมหว่ะ?” ยังเป็นบอลที่ถามแทรกขึ้นมาด้วยอาการร้อนรน “เพราะเรื่องซอมบี้นั้น มันขัดกับหลักความเป็นจริงทางวิทยาศาสตร์อย่างไม่น่าให้อภัยนะซิ” ผมพูดต่อด้วยสายตาจิงจังที่จ้องไปที่มันอีกครั้ง และทันใดนั้นเอง!! สายตาของผมก็เหลือบไปเห็นเงาดำๆเหมือนมีอะไรกำลังเคลื่อนไหวอยู่ทางด้านหลังลุงเอียนพอดี “ฮ๊า!!!.. ลุง!!” ผมอ้าปากค้างตกใจเบิกตาโพลงก่อนชู้นิ้วชี้ขึ้นไปทางด้านหลังลุงเอียนก่อนจะเอ่ยปากเรียกแก ลุงเอียนเหมือนแกจะระวังตัวอยู่ตลอดเวลา แกรีบตวัดหันหลังกับไปมองทันทีพร้อมกับถอยห่างออกมาอย่างรวดเร็ว และทำท่าเล็งปืนที่ถืออยูในมือขึ้น พร้อมที่จะลั่นไกรได้ทุกเมื่อ ภาพที่เห็นคือ ร่างใครสักคนในมุมมืดๆที่ผมมองไม่ชัด เดินโซซัดโซเซจะล้มแหล่ไม่ล้มแหล่แบบค่อยก้าวเท้าไปทางลุงเอียน พร้อมกับยื่นมือสองข้างไปข้างหน้า สภาพที่เห็นคือ เป็นผู้ชายร่างสูง ผอม เสื้อผ้าขาดหลุดหลุ่ยพร้อมกับมีรอยเปื้อนเป็นจ้ำทั่วไปหมดทั้งตัว ปัง!!! มีเสียงนึงดังขึ้น พร้อมกับไหล่ซ้ายร่างนั้นกระตุกไปด้านหลัง มันทำให้เค้าแค่ผงะออกเล็กน้อย แต่! ไม่สามารถหยุดการเคลื่อนไหวของเค้าได้ ปัง!!! ปัง!!! เสียงนั้นดังขึ้นอีก 2 ครั้ง ทุกอย่างยังคงเดิม ร่างนั้นยังคงเดินเข้าไปหาลุงเอียนโดยที่ไม่ได้สะทกสะท้ายอะไรเลย! ในขณะที่ร่างอันน่าเกลียดนั้นเกือบจะเข้าไปจวนตัวของลุงเอียนแล้ว “เฟี๊ยววว ผลั่ก!!!” เสียงที่คุ้นหูนั้น ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ใบหน้าร่างนั้นกระตุกไปข้างหลัง และล้มลงไปนอนที่พื้นทันที!! ความเงียบก่อตัวขึ้นอีกครั้ง… บอลที่ตอนนี้มายืนบังพวกเราไว้อยู่ในท่าง้างไม้เบสบอลพร้อมที่จะเหวี่ยงมันออกไปได้ทุกเมื่อนั้น เราทุกคนได้แต่มองไปยังร่างที่นอนแน่นิ่งนั้นอย่างสะอิดสะเอียด ผมที่อยู่ในท่าเอามือซ้ายปิดปากปิดจมูกตัวเอง มือขวายังกำอาวุธประจำตัวไว้แน่น ได้แต่หายหอบๆ ส่วนมินเธอเกาะแขนผมไว้แน่นสุดๆ กลิ่นเหม็นเน่าเริ่มฟุ้งไปทั่วบริเวณพื้นที่แคบๆแห่งนี้ คงจะเป็นกลิ่นที่มาจากร่างที่นอนอยู่ตรงนั้นแน่ๆ เหตุการณ์ไม่น่าเชื่อแบบนี้เกิดขึ้นมาเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะ ผมเฝ้าถามตัวเองอยู่ในใจ แต่ถึงมันจะเกิดขึ้นจนยากที่จะนับครั้งได้แล้ว มันก็ยังทำให้ผมเข็มแข็งไม่ได้สักที.. +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ มีการแก้ไขเมื่อ : -
ถูกใจ มีคนถูกใจ 0 คน

อีเมล์ :
รหัสผ่าน :
ลืมรหัสผ่าน ?
เข้าระบบ


หรือ สมัครสมาชิก คลิกที่นี่


กลับ
ด้านบน